ORI เปิดเผน 3 ปีจากนี้ ขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจ 1แสนล้านบาท

620 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ORI เปิดเผน 3 ปีจากนี้ ขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจ 1แสนล้านบาท

นายพีระพงศ์​ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดเผยว่า 12 ปี ของบริษัทฯ นับจากวันแรกที่มีเพียงธุรกิจพัฒนาคอนโดมิเนียม จนมีอาณาจักรธุรกิจใหม่ๆ แตกแขนงเป็นจำนวนมากในวันนี้ ถึงเวลาแล้วที่บริษัทฯ จะต้องก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่และครั้งสำคัญ บริษัทฯ จึงกำหนดแผนเติบโตแบบพหุจักรวาล ภายใต้คอนเซปต์ “ORIGIN MULTIVERSE”  ด้วยการสร้างกลยุทธ์สู่ความสำเร็จ ผ่าน 3 มิติ คือ 

1. การขยายสู่จักรวาลใหม่  (Expanding to the new universe) จากเดิมที่ ORI อยู่ในจักรวาลของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย จะขยายตัวเองเข้าสู่จักรวาลใหม่ๆ ใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 

-  กลุ่มจักรวาลที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential for Sales)
-  กลุ่มจักรวาลธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income Business)
-  กลุ่มจักรวาลธุรกิจบริการ (Service Business) 
- กลุ่มจักรวาลเมกะเทรนด์ระยะยาว (Mega Trends Business) 

ซึ่งทั้ง 4 กลุ่มจักรวาล ยังมีจักรวาลธุรกิจย่อยๆ อยู่ร่วมด้วย และเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น โลจิสติกส์ เฮลท์แคร์ ประกันภัย พลังงาน การเงิน ร้านอาหาร หรือกัญชง-กัญชา และน่าจะมีจักรวาลย่อยๆ เพิ่มอีกในอนาคต  

2. แยกกันเติบโตแบบคู่ขนาน (Growing in the separated timeline) ให้ทุกบริษัทย่อยมีเส้นทางการเติบโตของตัวเอง ผ่านผู้บริหารมืออาชีพในแต่ละธุรกิจ กำกับดูแลทิศทางธุรกิจ และกำหนดเส้นทางสู่การเติบโต สร้างจุดแข็งให้แก่ทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน จะผลักดันให้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป เหมือนกับกรณีของ บมจ. บริทาเนีย (BRI) ที่เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปเมื่อปลายปีก่อน

สำหรับปีนี้ คาดว่าจะเป็น บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น (PRIMO) ผู้นำธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ก่อนจะตามมาด้วยบริษัท วัน ออริจิ้น (ONE ORIGIN) ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการสร้างรายได้ ประจำ (Recurring Income) เช่น โรงแรม ออฟฟิศ ค้าปลีก และบริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น (ALPHA INDUSTRIAL SOLUTION) บริษัทร่วมทุน กับ บมจ. เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ (JWD) ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม เช่น คลังสินค้า โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม แบบครบวงจร ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คาดว่า ภายในปี 2568 กลุ่ม ORI จะกลายเป็นอาณาจักรที่ มีมูลค่าตลาด (Market Capitalization) รวมกันมากกว่า 1 แสนล้านบาท  



3. เชื่อมโยงอีโคซิสเท็ม (Connecting the ecosystem) เชื่อมโยงทุกจักรวาลที่แยกย้ายกันไปเติบโต กลับมาดูแลผู้บริโภคร่วมกันเป็นอีโคซิสเท็ม สร้าง Multiverse of Happiness ที่ครอบคลุมการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคแบบครบวงจร  

"เมื่อก่อนทุกคนรู้จักออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จากจักรวาลหลักอย่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เท่าน้้น วันนี้ เรามีผู้บริหารที่เปรียบเสมือนตัวผมในอีกหลากหลายจักรวาล หลากหลายธุรกิจ ที่จะช่วยกันพาแบรนด์ใหม่ๆ ธุรกิจใหม่ๆ พาทุก Multiverse ให้เติบโต เป็นที่รู้จัก และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในธุรกิจเหล่านั้น และทุกธุรกิจเหล่านั้นจะเชื่อมโยง รวมพลังกันกลับมาเป็น Multiverse of Happiness เป็นอีโคซิสเท็มที่ตอบโจทย์ การใช้ชีวิตของคนทุกช่วงวัย ทุกเจเนอเรชั่น และทุกจังหวะการใช้ชีวิต” นายพีระพงศ์ ขมวดประเด็น  

แม้ ORI พร้อมเติบโตไปยังจักรวาลใหม่ๆ แต่บริษัทฯ จะยังคงรักษาระดับการเติบโตในจักรวาลอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ ตั้งเป้าทุกด้านแบบ All Time High เริ่มต้นจากเป้าเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 31 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 42,000 ล้านบาท ขยายตัวจากปีที่ผ่านมา 137% แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 12 โครงการ (มูลค่ารวม 13,400 ล้านบาท) และโครงการคอนโดมิเนียม 19 โครงการ (มูลค่ารวม 28,600 ล้านบาท) ซึ่งปีนี้พร้อมเปิดเกมรุกโครงการคอนโดมิเนียมในทุกเซ็กเมนท์ มีแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น แบรนด์ ออริจิ้น เพลย์ (Origin Play) ออริจิ้น เพลส (Origin Place) และบุกทำเลใหม่ๆ เช่น ฝั่งธนบุรี

นอกจากนี้ จะมีโครงการใหม่ที่เป็นเมกะโปรเจกต์ย่านทองหล่อ ภายใต้ชื่อ "ออริจิ้น ทองหล่อ เวิลด์ (Origin Thonglor World)" มูลค่าโครงการรวมกว่า 15,000 ล้านบาท พร้อมทยอยเปิดตัวโครงการเร็วๆ นี้  

สำหรับเป้ายอดขาย และเป้ารายได้รวม ตั้งไว้ที่ 35,000 ล้านบาท และ 17,500 ล้านบาท ตามลำดับ สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ สร้าง New High ทั้งด้านรายได้และกำไร โดยรายได้รวมอยู่ที่ 15,943 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า (YoY) 43% ส่วนกำไรสุทธิ ทำได้ 3,194 ล้านบาท เติบโต 20% YoY ส่งผลให้บริษัทฯ เตรียมจ่ายปันผลสำหรับงวดบัญชีครึ่งปีหลัง ให้ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.42 บาท   



ด้านนายปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ONE ORIGIN ชี้แจงแผนเติบโตของบริษัทฯ ว่า ยังคงมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ธุรกิจค้าปลีก แต่จะมีธุรกิจอื่นๆ ภายใต้การบริหาร เช่น ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในแถบเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวั นออก (EEC) และหัวเมืองสำคัญต่างจังหวัด โดยตั้งเป้ามูลค่าโครงการภายใต้การพัฒนาทั้งสิ้น 49,100 ล้านบาท ภายใน 5 ปีนี้

ส่วนนายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ ALPHA INDUSTRIAL SOLUTION บอกว่า แม้บริษัทฯ จะเพิ่งเปิดตัวช่วงปลายไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา แต่ตัวเลขสิ้นปี สามารถหาที่ดินรองรับการพัฒนาพื้นที่เช่าทางอุตสาหกรรมแล้วกว่า 155,000 ตารางเมตร สูงกว่าเป้าที่วางไว้ 40,000 ตารางเมตร สำหรับการพัฒนาโครงการแรกย่านบางนา กม.22 ภายใต้ชื่อ แอลฟา บางนา กม. 22 คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ภายในไตรมาส 2 ปีนี้ เพื่อจะได้เริ่มรับรู้รายได้ภายในปีนี้ทันที  

พร้อมกันนั้น บริษัทฯ เตรียมแผนงาน และกลยุทธ์สร้างความสำเร็จไว้หลายรูปแบบ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการมีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการมากกว่า 1 ล้านตารางเมตร ภายในปี 2568 

ขณะที่นางสาวจตุพร วิไลแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PRIMO ว่าที่หุ้นน้องใหม่ในเครือ ORI รายต่อไป บอกว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจบริการใหม่ๆ นอกเหนือไปจากบริการที่ปรึกษาและตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ บริการบริหารจัดการนิติบุคคล บริการตกแต่งภายใน บริการขนย้าย บริการงานด้านความสะอาดและความปลอดภัย บริการบริหารโรงแรมและที่อยู่อาศัย (Hotel & Residence Management Operator) เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้ปีหน้า (2566) ที่ 750 ล้านบาท ขยายตัว 53% จากที่ทำได้ 490 ล้านบาท ในปีก่อน


 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้