KWEALTH แนะทยอยขายทองคำ น้ำมัน นำกำไรมาต่อยอดในสินทรัพย์อื่นที่ราคากำลังย่อตัว เพิ่มโอกาสหาผลตอบแทนระยะยาว

588 จำนวนผู้เข้าชม  | 

KWEALTH แนะทยอยขายทองคำ น้ำมัน นำกำไรมาต่อยอดในสินทรัพย์อื่นที่ราคากำลังย่อตัว เพิ่มโอกาสหาผลตอบแทนระยะยาว


นายวีระพล บดีรัฐ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายพัฒนาการให้คำปรึกษาลูกค้า และ K WEALTH GURU บมจ. ธนาคารกสิกรไทย  (KBANK)เปิดเผยว่า ในช่วงที่ราคาทองคำและน้ำมันปรับขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงทั่วโลก ถือเป็นจังหวะที่นักลงทุนที่มี "ทองคำ" และ "น้ำมัน" อยู่ในพอร์ต ควรทยอยขายบางส่วนเพื่อทำกำไร ให้มีสัดส่วนในพอร์ตประมาณ 5-10% และนำกำไรนั้นไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ราคากำลังย่อตัว แต่มีความสามารถฟื้นตัวในอนาคต เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว โดยมีกลยุทธ์สำหรับจัดการสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ดังนี้ 

หุ้นยุโรป ปรับตัวลงอย่างหนัก เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงคราม รวมถึงถูกกดดันจากราคาพลังงานและแก๊สที่สูงขึ้น จึงแนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุน 

หุ้นสหรัฐ ดัชนี Russell 2000 (หุ้นขนาดเล็ก) เทียบกับ S&P500 (หุ้นขนาดใหญ่) ปรับตัวลง เป็นดัชนีชี้วัดล่วงหน้าประมาณ 6 เดือน ว่า เศรษฐกิจมีโอกาสหดตัว แนะนำว่าผู้ที่มีการลงทุนในสหรัฐฯ อยู่ ยังถือต่อได้ แต่ไม่แนะนำให้ลงทุนเพิ่ม 

หุ้นไทย ประเมินแนวโน้ม 12 เดือนข้างหน้า น่าจะปรับตัวลดลงราว 3% แต่ยังถือว่าได้รับผลกระทบน้อย คนที่สนใจหุ้นไทย สามารถลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มค้าปลีกได้ สำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้ลงทุนในหุ้นโดยตรง มีกองทุนแนะนำคือ K-STAR, K-VALUE, K-SET50, K-BANKING

ส่วน "คริปโท เคอร์เรนซี่" เป็นสินทรัพย์ทางเลือก ที่ราคาผันผวนสูง ซี่งผู้ที่สนใจลงทุน แนะนำว่าควรมีไม่เกิน 5% ของพอร์ต และแม้ว่าที่ผ่านมา จะมีเงินไหลเข้าตลาดคริปโทฯ กว่า 260 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการแทรกแซงสถาบันการเงินของรัสเซีย และการบริจาคทุนให้ยูเครน ทำให้มูลค่าตลาดคริปโทฯ เติบโตมหาศาล แต่ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ และยอมรับความเสี่ยงจากความผันผวนที่สูงมากเช่นกัน 

สำหรับ "NFT" เป็นการลงทุนทางเลือกเชิงไลฟ์สไตล์ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่ก็เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง และมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง โดยเฉพาะ NFT ที่ผูกกับคริปโทฯ จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะมูลค่าของคริปโทฯ อาจผันผวนได้รุนแรง ส่วน NFT ที่ผูกกับเงินบาท เช่น NFT งานศิลปะที่เสนอขายบนแพลตฟอร์ม Coral จะไม่มีความเสี่ยงในเรื่องนี้ ทั้งนี้ มูลค่าของ NFT ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด ดังนั้น นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไร ควรศึกษาศักยภาพในการเพิ่มมูลค่า เช่น ชื่อเสียงของผู้สร้าง ความหายาก ประวัติที่มาของผลงานนั้นๆ เป็นต้น 

สำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้น้อย อาจจะไม่เหมาะกับหุ้น คริปโทฯ หรือ NFT สามารถพักเงินในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเช่น ตราสารหนี้ อย่างกองทุน K-SFPLUS, K-CBOND ก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์และตัดสินใจลงทุนภายหลัง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้