PLUS ประกาศราคา IPO หุ้นละ 4.50 บาท เสนอขาย 11-13 พ.ค. ก่อนเข้าซื้อขายวันแรก 20 พ.ค.

852 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PLUS ประกาศราคา IPO หุ้นละ 4.50 บาท เสนอขาย 11-13 พ.ค. ก่อนเข้าซื้อขายวันแรก 20 พ.ค.

บมจ. หลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศไทย (KGI) ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ.โรแยล พลัส (PLUS) เปิดเผยว่า บริษัทฯ และพันธมิตรอีก 5 ราย คือ บมจ.หลักทรัพย์ พาย (PI) บมจ. หลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASPS) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า ประเทศไทย (YUANTA) พร้อมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนครั้งแรก (IPO) จำนวน 170 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (ราคาพาร์) หุ้นละ 50 สตางค์ ที่ราคาหุ้นละ 4.50 บาท ระหว่างวันที่ 11-13 พฤษภาคมนี้  ก่อนจะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 20 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ 

นางสาวสุวิมล ศรีโสภาจิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ KGI ชี้แจงว่า การตั้งราคาขายหุ้น IPO ที่หุ้นละ 4.50 บาท ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับพื้นฐานทางธุรกิจ โดยมีสัดส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EV/EBITDA) ที่ 15.3 เท่า เมื่อคำนวณจาก EBITDA ย้อนหลังในรอบปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังสอดคล้องกับความสามารถในการทำกำไรของ PLUS ที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ทั้งในรูปแบบรับจ้างผลิต (OEM) และพัฒนาแบรนด์ของตนเอง โดยมีสินค้าหลัก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มน้ำผลไม้ (ประกอบด้วย เครื่องดื่มน้ำนมมะพร้าว น้ำมะพร้าว แบรนด์ Coco Royal เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมเมล็ดเชีย แบรนด์ Coco Royal และ Mabu และเครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมเม็ดแมงลัก แบรนด์ Nita) กับกลุ่มเครื่องดื่มทั่วไป (ทั้งชานมแบรนด์ Mabu เครื่องดื่มวิตามิน แบรนด์ C-Boom และเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มกาแฟผสมน้ำนมมะพร้าว แบรนด์ Coco)  

ส่วนนายพลแสง แซ่เบ๊ กรรมการผู้อำนวยการ PLUS เสริมว่า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเติบโตของรายได้และกำไร บริษัทฯ พร้อมคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ วางจำหน่ายให้ได้ปีละ 2 ตัว ควบคู่ไปกับการนำสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเองที่ได้รับความนิยมในแต่ละประเทศไปวางจำหน่ายในประเทศที่มีฐานลูกค้าใกล้เคียงกัน และขยายตลาดภูมิภาคอินโดจีนด้วย ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากการถีบตัวของต้นทุนค่าขนส่ง และพื้นที่ในการขนส่งทางเรือที่ยังมีจำกัด และอีกส่วนหนึ่ง เพื่อบริหารต้นทุนวัตถุดิบหลักให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อสร้างการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale)       

ขณะเดียวกัน เงินทุนที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ราว 735 ล้านบาท หลักๆ จะนำมาใช้ลงทุนขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม 235.30 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 424.70 ล้านบาท ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง และสร้างศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างมีนัยสำคัญ สอดรับกับการที่นานาประเทศทยอยเปิดประเทศ ช่วยผลักดันให้มีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ยอดขายปีนี้น่าจะเติบโตจากปีก่อนได้ถึง 50%

ทั้งนี้ ผลดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปีล่าสุด (ปี 62-64) PLUS มีรายได้จากการขายเติบโตเป็นลำดับ จาก 891.5 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1.1 พันล้านบาท และ 1.0 พันล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิเร่งตัวจาก 11.7 ล้านบาท เป็น 57.2 ล้านบาท และ 85.6 ล้านบาท ตามลำดับ โดยการเติบโตหลักๆ มาจากเครื่องดื่มน้ำมะพร้าว  และคำสั่งซื้อจากทวีปอเมริกาที่เพิ่มขึ้น  

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้