FTI กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง ลุยขยายสาขาเต็มพิกัด เน้นสินค้าพรีเมี่ยม หนุนรายได้ปีนี้โต 25-30%

1426 จำนวนผู้เข้าชม  | 

FTI กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง ลุยขยายสาขาเต็มพิกัด เน้นสินค้าพรีเมี่ยม หนุนรายได้ปีนี้โต 25-30%

ดร.วิกร ภูวพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (FTI) ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้า ประกอบผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำ (Water Treatment) ครบวงจร เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจช่วงครึ่งหลังปีนี้ว่า มีโอกาสเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 25-30% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศ หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ทำให้ฐานลูกค้ากลุ่มพาณิชย์ โดยเฉพาะร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมและท่องเที่ยว เริ่มเห็นการกลับมาเติบโตโดดเด่น

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังจะมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้ากลุ่มครัวเรือนเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีการจำหน่ายสินค้าแบบค้าส่งไปยังร้านค้าทั่วไป (B2B) ด้วยการเพิ่มสินค้า Premium ผ่านการขยายตัวแทนจำหน่ายร้าน Aquatex เพราะเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและเป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง อีกทั้งมีแผนขยายตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มปั๊มน้ำและวาล์วควบคู่กันไปด้วย  

สำหรับความคืบหน้าในการขยายตัวแทนจำหน่าย ทั้งการขยายสาขาผ่านร้าน Aquatek และ Water Store ล่าสุด มีการเปิดร้าน Aquatek สาขา 2 ที่คลองหลวง ปทุมธานีแล้ว และคาดว่าจะทยอยเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาในปีนี้ โดยภายในปี 2567 บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายร้าน Aquatek 50 สาขา, ขยายร้าน Water Store 5 สาขา จากปัจจุบันที่มีตัวแทนจำหน่ายที่เป็นร้าน Water Store 19 สาขา กระจายในประเทศ 16 สาขา ในต่างประเทศ มีลาว พม่า และกัมพูชา รวมกัน 3 สาขา ขณะที่ร้าน Aquatek มี 2 สาขา

"บริษัทฯ ถือเป็นผู้นำตลาดกลุ่มธุรกิจขายส่ง B2B ซึ่งตลาดนี้มีคู่แข่งน้อยราย และไม่มีคู่แข่งโดยตรงที่มีขนาดใกล้เคียง หรือทำแบบครบวงจรเหมือนบริษัทฯ อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรองรับความต้องการของผู้บริโภคทุกกล่ม ครอบคลุมทั่วประเทศ และมีแผนขยายธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งจะเห็นภาพที่ชัดเจนตั้งแต่ครึ่งปีหลังนี้ จึงทำให้เชื่อว่า ภาพรวมธุรกิจของบริษัทฯ ต่อจากนี้จะสดใสเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ และทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เช่นกัน" ดร.วิกร อธิบาย 

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะตลาดระบบบำบัดน้ำและเครื่องกรองน้ำ ยังมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยได้ปัจจัยบวกจากการเติบโตของกำลังซื้อและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รับการทยอยคลายล็อกดาวน์ประเทศ ขณะที่ภาคครัวเรือนที่ยังไม่มีเครื่องกรองน้ำและไม่มีปั๊มน้ำ ยังมีสัดส่วนที่ต่ำ จึงมีโอกาสเติบโตสูงตามกระแสใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น เอื้อให้ธุรกิจที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่มีปัจจัยสนับสนุนให้ผลดำเนินงานสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 

ที่สำคัญ ปีที่แล้วถือเป็นปีเดียวที่บริษัทฯ มียอดขายหดตัว เนื่องจากธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างเต็มตัวจากการล็อกดาวน์ กดดันให้กำลังซื้อจากลูกค้ากลุ่มพาณิชย์ และกลุ่มครัวเรือน ที่มีสัดส่วนรายได้รวมกันสูงถึง 70% ชะลอตัวพร้อมๆ กัน    

สำหรับผลดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ FTI มีกำไรสุทธิ 13.73 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ราว 44.27% เพราะบริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานจนทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้น ทั้งที่ยอดขายใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้า 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้