MTC มั่นใจผลงานปีนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หลังได้เงินทุนเพิ่มจากการขายหุ้นกู้อีก 4,000 ล้านบาท

1220 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MTC มั่นใจผลงานปีนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หลังได้เงินทุนเพิ่มจากการขายหุ้นกู้อีก 4,000 ล้านบาท

หลังจาก บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) เปิดเสนอขายหุ้นกู้ให้กับนักลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 2 ถึงวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งหมด 3 รุ่น ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 3 ปี ให้ดอกเบี้ยปีละ 3.45% หุ้นกู้อายุ 4 ปี ให้ดอกเบี้ยปีละ 3.75% และหุ้นกู้อายุ 4 ปี 11 เดือน 30 วัน ให้ดอกเบี้ยปีละ 3.90% กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายระหว่างวันที่ 2 มิถุนายน และวันที่ 6-7 มิถุนายนที่ผ่านมา  

ล่าสุด นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) เปิดเผยว่า บริษัทฯ สามารถขายหุ้นกู้ได้เกินเป้าหมาย เมื่อมีความต้องการมากกว่าจำนวนหุ้นกู้ที่เสนอขาย ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องนำหุ้นกู้สำรองออกมาขายเพิ่มเติม (greenshoe option) ทำให้สามารถระดมทุนได้ทั้งสิ้น 4 พันล้านบาท เพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน รองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อรายย่อยปีนี้ให้ได้ 1 แสนล้านบาท จากธุรกิจหลักเดิม ทั้งสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ สินเชื่อที่มีโฉนดที่ดินเป็นหลักประกัน สินเชื่อส่วนบุคคล และนาโนไฟแนนซ์ (ผ่านเมืองไทย แคปปิตอล) กับ 2 ธุรกิจใหม่ คือ บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ (ผ่านเมืองไทย ลิสซิ่ง) และบริการซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง สำหรับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้และของใช้ในบ้าน (ผ่านเมืองไทย เพย์ เลเทอร์) ช่วยสนับสนุนธุรกิจในอนาคต เน้นทำตลาดลูกค้าเก่าของบริษัทฯ กลุ่มมีประวัติการชำระหนี้ดี เสริมด้วยกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีความต้องการใช้บริการ ผ่านสาขาที่มีบริการมากกว่า 6,161 สาขา กระจายทั่วประเทศ เพื่อผลักดันผลดำเนินงานปีนี้สร้างสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปีนี้ไว้ที่ 30%

ประเด็นการเติบโตของสินเชื่อไม่ใช่สิ่งที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ตั้งข้อสงสัยเลย แต่ประเด็นการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นกลับเป็นปัจจัยบั่นทอนความสามารถในการทำกำไร มาตลอด 2 ปีนี้ ซึ่งเมื่อพิจารณาภาพรวม ดูเหมือนปัจจัยลบจะเริ่มแผ่วลงไป

ค่ายยูโอบี เคย์เฮียน (UOBKH) และกสิกรไทย (KS) ยกให้ MTC เป็นหุ้น top pick ในกลุ่มการเงิน (Consumer Finance)  เพราะภาพรวมการเติบโตของกําไรที่แข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งเกิดจากเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของสินเชื่อเป็นครั้งแรกในไตรมาสแรกปีนี้  ขณะที่แผนแก้ไขปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) มีความรัดกุมขึ้น ทำให้ความจำเป็นในการตั้งสำรองลดลง หนุนให้อัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น อีกส่วนหนึ่งเกิดจากแนวโน้มความต้องการสินเชื่อมีทิศทางเร่งตัวขึ้น ตามการคลายล๊อคดาวน์ และการถีบตัวของภาระค่าครองชีพ   

นอกจากนี้ การที่ลูกค้าสินเชื่อจำนำทะเบียนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร หรือเกี่ยวข้องกับภาคเกษตร ทำให้ธุรกิจน่าจะได้ประโยชน์จากการที่ราคาสินค้าเกษตรปรับเพิ่มขึ้น ดูได้จากความสัมพันธ์ระหว่างการเติ บโตของรายได้ ภาคเกษตรกร และราคาหุ้นสูงที่สูงถึง 0.25 - 0.30 เท่า อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันน่าสนใจ เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายที่ 64 บาท และ 61 บาท ตามลำดับ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้