TEKA สานต่อกระแสหุ้น IPO เกินจอง แม้ตลาดไม่สดสวย

1307 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TEKA สานต่อกระแสหุ้น IPO เกินจอง แม้ตลาดไม่สดสวย

การเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ บมจ. ฑีฆาก่อสร้าง (TEKA) ไม่สร้างความผิดหวังให้นักลงทุนที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายประชาชนครั้งแรก (IPO) เมื่อราคาหุ้นยืนเหนือจองเกือบทั้งวัน แม้ภาวะตลาดหุ้นโดยรวมจะไม่เอื้ออำนวย

โดยหลังจากเปิดตลาดบริเวณ 6.60-6.65 บาท สูงกว่าราคาจองที่ 4.60 บาท คิดเป็นผลตอบแทนราว 43.% เริ่มมีแรงขายทำกำไรออกมาเป็นลำดับ กดราคาหุ้นให้อ่อนตัวลง แต่ราคายังยืนระยะได้เหนือ 5 บาท ก่อนจะเผชิญแรงขายกระจายตัวออกมาช่วงปลายตลาด ฉุดราคาหุ้นไหลลงมาตามลำดับ แตะจุดต่ำสุดที่ 4.84 บาท ก่อนมีแรงท้ายตลาดดันราคากระเตื้องขึ้นมาปิดที่ 4.84 บาท เหนือจอง 34 สตางค์ ให้ผลตอบแทน 7.4%

โอกาสนี้ นายวีระศักดิ์ วานิชวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TEKA ชี้แจงว่า บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับงานก่อสร้างที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น รวมถึงใช้สำหรับจัดหา ซ่อมแซม ปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักรและอุปกรณ์การก่อสร้างต่าง ๆ สร้างการเติบโตในอนาคต โดยตั้งเป้ารายได้ขยายตัวเฉลี่ย 10-15% ตลอดช่วง 3-5 ปีนี้

เฉพาะปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าเข้าร่วมประมูลโครงการต่างๆ มูลค่ารวมประมาณ 15,400 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการที่อยู่อาศัย สำนักงาน อาคารเรียน และโรงแรม คาดว่าจะได้งานใหม่ 20-25% ตามอัตราการชนะประมูลงานเฉลี่ยของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมา โดยจะมุ่งเน้นงานโครงการเชิงพาณิชย์มากขึ้น ตามการเร่งตัวของอุปสงค์ พร้อมกับถือโอกาสจัดสมดุลของพอร์ตรายได้ไม่ให้กระจุกตัวจากงานโครงการที่อยู่อาศัยมากจนเกินไป ขณะเดียวกัน ก็เตรียมรุกขยายไปตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น ประเดิมที่เวียดนาม

ส่วนนายโยธิน วิริเยนะวัตร์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ. หลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน ประเทศไทย (UOBKH) และนายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. หลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ซึ่งเป็นแกนนำผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้น เชื่อมั่นว่า TEKA จะเป็นหุ้นทางเลือกอีกตัวหนึ่งสำหรับนักลงทุน เพราะอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างที่ถูกคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีนี้ ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐ และการเร่งลงทุนของภาคเอกชน หลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลาย   

ที่สำคัญ บริษัทฯ มีจุดเด่นตรงประสบการณ์และการได้ยอมรับในวงการรับเหมาก่อสร้างยาวนานกว่า 38 ปี มีความพร้อมในการรับงานได้หลากหลายประเภท จึงทำให้โอกาสที่จะชนะการประมูลงานโครงการเป็นไปได้สูง ช่วยผลักดันการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ เข้าข่ายการเป็นหุ้นเติบโตสูง (Growth Stock)

ด้านผลดำเนินงาน TEKA มีความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม โดยในไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวม 600.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 53.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.3% และ 32.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) เนื่องจากสามารถบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น 16.7% และอัตรากำไรสุทธิ 8.9% สำหรับมูลค่างานรอรับรู้รายได้ (Backlog) สิ้นไตรมาสแรกอยู่ที่ 1,689.24 ล้านบาท คาดทยอยรับรู้ทั้งหมดในปีนี้

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้