LEO จับมือ Yunnan Tengjun ร่วมกันพัฒนาระบบบริการรถไฟขนส่งผลไม้และสินค้าอีคอมเมิร์ซไทย - จีน

1148 จำนวนผู้เข้าชม  | 

LEO จับมือ Yunnan Tengjun ร่วมกันพัฒนาระบบบริการรถไฟขนส่งผลไม้และสินค้าอีคอมเมิร์ซไทย - จีน

 
นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (LEO) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ( Strategic Cooperation Agreement ) กับ บริษัท Yunnan Tengjun Multimodal Transport Holding Ltd. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน เพื่อพัฒนาระบบบริการรถไฟ สำหรับการขนส่งผลไม้และสินค้าอีคอมเมิร์ซ ระหว่างไทยและจีน 

ทั้งนี้ Yunnan Tengjun Multimodal Transport Holding Ltd. เป็นบริษัทโลจิสติกส์ระดับ 5A ของจีน โดยเป็นผู้บริหารจัดการ Gallops International Land Port ซึ่งเป็นศูนย์โลจิสติกส์ระดับชาติที่ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 1,528 ไร่ โดยมีการลงทุนรวม 1,100 ล้านหยวน และเป็นศูนย์การขนส่งทางบกที่เชื่อมต่อเส้นทางมณฑลยูนนาน ที่สามารถกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ในจีน และต่อไปยังทวีปอื่นๆ อย่างยุโรป 

สำหรับขอบเขตความร่วมมือระหว่างกันนั้น Yunnan Tengjun จะให้บริการพิธีการทางศุลกากรและดำเนินการกระจายสินค้าภายในประเทศจีน รวมถึงพัฒนาการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่าง 2 ประเทศ ทั้งทางรถไฟ และทางรถบรรทุก เพื่อตอบสนองความต้องการขนส่งสินค้าโดยตู้คอนเทนเนอร์ทั้งแบบธรรมดาและแบบห้องเย็นที่เพิ่มขึ้นจาก LEO ซึ่งในขณะนี้ความร่วมมือดังกล่าวอยู่ในช่วงของการทดสอบระบบ และทดลองการให้บริการ คาดว่าจะสามารถให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในต้นเดือนตุลาคมปีนี้ 


นอกจากนี้ ทาง Yunnan Tengjun ยังมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เข้ามาช่วยจำหน่ายผัก ผลไม้ หรือสินค้าที่ส่งจากไทยเพิ่มเติมอีกด้วย โดยกำลังอยู่ในระหว่างการวางแผนและจัดทำ platform ซึ่งหากเปิดดำเนินการได้ จะทำให้ปริมาณการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างไทยและจีน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน 

"สิ่งที่ LEO จะได้รับจากความร่วมมือครั้งนี้ คือ บริษัทฯ สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดได้เหนือคู่แข่ง เพราะได้ต้นทุนการให้บริการที่สามารถแข่งขันได้ และยังสามารถให้บริการ ทั้งนำเข้าและส่งออกสินค้า ได้อย่างครบวงจร ทั้งในไทยและจีน นอกเหนือจากนั้น ความร่วมมือที่เกิดขึ้นยังจะช่วยสนับสนุนผู้ส่งออกไทยให้สามารถส่งออกสินค้าไปจีนได้มากขึ้น ส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตขึ้น สำหรับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่จะเกิดขึ้นนั้น บริษัทฯ คาดหมายว่า จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 100 ล้านบาท ภายในปี 2566 " นายเกตติวิทย์ สรุปประเด็น

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้