ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง TEGH ขายหุ้นไอพีโอ 324 ล้านหุ้น เข้าระดมทุนกลุ่ม AGRI ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

1174 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง TEGH ขายหุ้นไอพีโอ 324 ล้านหุ้น เข้าระดมทุนกลุ่ม AGRI ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บมจ. หลักทรัพย์ กสิกรไทย (KS) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ บมจ. ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ของบริษัทฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทฯ มีแผนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 324 ล้านหุ้น (แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดย TEGH จำนวน 270 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย SK INTERTRADE PTE. LTD. อีก 54 ล้านหุ้น) มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด คาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายวันแรกในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดธุรกิจการเกษตร (AGRI) ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปีนี้  

ทั้งนี้ TEGH ทำธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ, ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ ผ่านการดำเนินงานของบริษัทย่อย 11 แห่ง และบริษัทร่วมค้าอีก 1 แห่ง

ด้านนางสาวสุธางค์ คนศิลป กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ (TNITY) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญร่วม กล่าวเสริมว่า บริษัทฯ มีรายได้หลักจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติเป็นหลัก ที่มีจุดแข็งตรงฐานลูกค้าเป็นผู้ผลิตยางล้อยานยนต์ชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็น Michelin, Bridgestone, Goodyear, Sumitomo, Continental, Apollo, Prometeon, Pirelli, Yokohama, Hankook, Nexen, Sentury, Westlake, Kama, Deetone,Otani, Vee Rubber, Superstone, Prinx Chengshan, Kumho หรือ Zhongce ซึ่งมีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีทีมผู้บริหารที่มีความชำนาญและประสบการณ์ในธุรกิจยาวนานกว่า 30 ปี ผลักดันให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

พิสูจน์ได้จากผลดำเนินงาน 3 ปีย้อนหลัง (2562-2564) ที่กลุ่ม TEGH มีรายได้รวมเติบโตเป็นลำดับ จาก 8,091.40 ล้านบาท เป็น 8,196.25 ล้านบาท และ 11,087.76 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 52.65 ล้านบาท 37.65 ล้านบาท และ 562.64 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับสาเหตุที่กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิในปีที่ผ่านมาขยายตัวอย่างโดดเด่น เกิดจากรายได้ของธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ และน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากราคาขายและยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าก็เพิ่มขึ้นจากสาเหตุเดียวกัน


ขณะที่นายเฉลิม โกกนุทาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TEGH ชี้แจงว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ตามวิสัยทัศน์ในการเป็นองค์กร "พันธมิตรทางธุรกิจระดับโลกที่สร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืน”

สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำไปใช้ลงทุนในโครงการในอนาคต และพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงนำไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่มบริษัทฯ อีกด้วย

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้