ฺํBYD มั่นใจปีนี้พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร หลักทรัพย์ดี ลงทุนเด่น พร้อมปรับโครงสร้างเป็นโฮลดิ้งเต็มตัว

1329 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ฺํBYD มั่นใจปีนี้พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร หลักทรัพย์ดี ลงทุนเด่น พร้อมปรับโครงสร้างเป็นโฮลดิ้งเต็มตัว



นางสาวปทิตตา มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด บมจ. หลักทรัพย์ บียอนด์ (BYD) บอกว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการทำธุรกิจปีนี้ว่า จะต้องพลิกผลดำเนินงานจากขาดทุนมาเป็นมีกำไร ซึ่งน่าจะทำได้ เพราะธุรกิจหลักทรัพย์มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดด ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนทั้งด้านระบบงานและบุคลากร โดยบริษัทฯ มีการรับเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการลงทุน หรือมาร์เก็ตติ้ง เข้ามาเพิ่ม อีกทั้งยังลงทุนระบบซื้อขายหลักทรัพย์ให้มีความสะดวกรวดเร็ว รวมถึงนำเอานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยสร้างผลตอบแทนให้กับลูกค้าทั้งในภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง ผ่านโปรแกรมเทรด "Beyond Intelligence Trading" (MT5) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยนักลงทุนวิเคราะห์และซื้อขายหุ้นอัตโนมัติด้วย Robot และมีระบบอัจฉริยะจับความเคลื่อนไหวของ Volume, Bid/Ask, Ticker ในตลาดได้รวดเร็ว และ real-time ซึ่งเริ่มให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว 

ที่สำคัญ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งตลาดปีหน้าเพิ่มจากที่ทำได้ 0.1-0.2% ในปีก่อน ขึ้นมาเป็น 1-2 % ก่อนเดินหน้าติด Top 10 ในปี 2567

ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการน่าจะสดใสเช่นกัน จากการเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายทั้งหุ้นกู้และหุ้นน้องใหม่ที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือหุ้น IPO มากขึ้น ซึ่งในครึ่งปีแรกได้ร่วมเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้น IPO 2 ตัว คือ บมจ.ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (FTI) และ บมจ. ฑีฆาก่อสร้าง (TEKA) นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากบริการวาณิชธนกิจด้านอื่นอีก 4-5 ราย รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 2 ราย

"เราไม่เพียงแต่แสวงหานวัตกรรมให้ลูกค้าและนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังตั้งใจจะตอบแทนสังคม ผ่านการให้ความรู้ สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ โดยจับมือกับวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดตั้ง BYD Academy สมรภูมิที่ให้ความรู้ด้านการลงทุนและพัฒนาทักษะการลงทุนให้นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ พัฒนาความสามารถ และเสริมสร้างศักยภาพเพื่อนำกลับไปต่อยอดอาชีพในอนาคตได้ และสำหรับนักศึกษาที่ใกล้จะจบหรือมีความสนใจที่เดินทางในสายงานธุรกิจหลักทรัพย์ ทางบริษัทฯเองก็ยังเปิดรับสมัครทั้งนักศึกษาจบใหม่และนักศึกษาฝึกงานอีกด้วย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด BYD ทิ้งท้าย

ด้านนางสาวออมสิน ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BYD เสริมว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีปีแรกสำหรับบริษัทฯ เพราะรายได้จากธุรกิจหลักมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นจากปีก่อนชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากค่านายหน้าในการซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ หรือรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่ปรึกษาทางการเงิน ทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ รวมถึงรายได้จากกิจการขนส่งมวลชนที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุนผ่านบริษัทร่วม ชื่อ บริษัท เอช อินคอร์ปอเรชั่น (ACE) ซึ่ง ACE ถือหุ้น 100% ในบริษัท ไทยสมายล์ บัส (TSB) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเดินรถประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีพื้นที่ต่อเนื่องด้วยรถประจำทางไฟฟ้า

เธอให้รายละเอียดการลงทุนผ่าน ACE ว่า ปัจจุบันบริษัทย่อยในกลุ่ม TSB เข้ามาให้บริการขนส่งมวลชนด้วยรถประจำทางไฟฟ้าแล้ว 8 สาย จำนวนทั้งสิ้น 112 คัน และกำลังสั่งซื้อเพิ่มเพื่อให้สามารถให้บริการได้ภายในปีนี้อีก 96 คัน

และล่าสุด TSB ได้รับคัดเลือกจากกรมการขนส่งทางบกให้เป็นผู้ให้บริการเพิ่มอีก 71 สาย ซึ่งคาดว่า จะสามารถสั่งซื้อรถประจำทางไฟฟ้าเพื่อนำมาให้บริการได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้อย่างน้อย 758 คัน อีกทั้ง TSB ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเข้าลงทุนเพิ่มเติม ด้วยการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ บริษัท สมาร์ทบัส (SMB) ซึ่งเป็นเจ้าของสัญญาเดินรถรวม 37 เส้นทาง รวมถึงบริษัท เอ็กซา โลจิสติก ซึ่งเป็นเจ้าของสัญญาเดินรถ 4 เส้นทาง




นอกเหนือจากการเข้าลงทุนในการให้บริการด้วยรถบัสไฟฟ้าแล้ว TSB ยังจะเข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท อี สมาร์ท ทรานสปอร์ต (EST) ผู้ให้บริการเดินทางด้วยเรือไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

“หากโครงการขยายการลงทุนของ TSB ครั้งนี้ เป็นไปตามที่คาดไว้ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดของระบบขนส่งมวลชนของประเทศไทย ที่จะสามารถเชื่อมต่อการเดินทางของสายรถเมล์ได้อย่างน้อย 122 สายเข้าด้วยกัน และยังเชื่อมไปยังเรือไฟฟ้าที่ให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย เกิดเป็นโครงข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการในวงที่กว้างจากกรุงเทพมหานคร ไปยังจังหวัดที่มีพื้นที่ต่อเนื่องทั้งหมดได้ และสามารถนำระบบเหมาค่าตั๋วโดยสารราคาถูกมาใช้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนได้ รวมถึงเกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะรถประจำทางไฟฟ้าสามารถผลิตได้เองในประเทศ อีกทั้งยังช่วยสร้างสังคมสีเขียวด้วย” นางสาวออมสิน สรุปประเด็น

เธอยังทิ้งท้ายด้วยว่า หากแผนดำเนินการที่กล่าวมาทั้งหมดประสบผลสำเร็จ จะทำให้ BYD กลายเป็นบริษัทลงทุน หรือ Holding company ในที่สุด ซึ่งทางฝ่ายจัดการกำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำแผน และจะเริ่มดำเนินการทันทีในไตรมาส 3 นี้ เพราะฝ่ายจัดการชุดใหม่มีเป้าหมายที่จะผลักดันการเติบโตของบริษัทฯ ในทุกๆ ด้าน และตอบแทนคืนสังคมในวงกว้าง  เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้