SCC จ่ายปันผล 6 บาท ถึงแม้กำไรครึ่งปีแรกจะลดลง 41% YoY จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปรับสูงขึ้น

1715 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SCC จ่ายปันผล 6 บาท ถึงแม้กำไรครึ่งปีแรกจะลดลง 41% YoY จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปรับสูงขึ้น

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย หรือ เอสซีจี (SCC) เปิดเผยผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 สรุปได้ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 152,534 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน (QoQ) และเพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) สาเหตุหลักจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ หนุนด้วยราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาตลาด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบของธุรกิจเคมิคอลส์ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมของธุรกิจเคมิคอลส์ลดลง มีผลให้กำไรไตรมาส 2 อยู่ที่ 9,937 ล้านบาท ลดลง 42% YoY แต่เพิ่มขึ้น 12% QoQ จากเงินปันผลรับจากการลงทุนในธุรกิจอื่น

ทั้งนี้ ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ SCGC ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 66,789 ล้านบาท ลดลง 3% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 10% YoY ทำให้มีกำไร 3,704 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% QoQ แต่ลดลง 64% YoY ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในไตรมาส 2 มีรายได้จากการขาย 52,881 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY เนื่องจากกลยุทธ์การขายสินค้า ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและภูมิภาค ช่วยชดเชยอุปสงค์ที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก แต่เนื่องจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ทำให้กำไรลดลง 32% YoY และลดลง 28% QoQ เหลือแค่ 1,668 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจแพคเกจจิ้ง SCGP กลับมีรายได้จากการขาย 37,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% YoY และ 4% QoQ จากการเติบโตในทุกสายธุรกิจ แต่โดดเด่นสุดในสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Business) ที่ได้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของทั้งราคาเยื่อกระดาษ และยอดขายบรรจุภัณฑ์อาหาร หนุนด้วยการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในฟิลิปปินส์ (UPPC 3) ประกอบกับสามารถปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ทำให้มีกำไรสำหรับงวดที่ 1,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% QoQ แต่ลดลง 18% YoY

สำหรับผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก SCC มีรายได้จากการขาย 305,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY โดยมีกำไร 18,781 ล้านบาท ลดลง 41% YoY จากผลกระทบของต้นทุนวัตถุดิบของธุรกิจเคมิคอลส์ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก  และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง สาเหตุหลักจากวิกฤตฤดูหนาวที่รุนแรงในอเมริกา ฉุดให้กำลังการผลิตในตลาดโลกลดลง ส่งผลให้ผลประกอบการของธุรกิจปิโตรเคมีงวดครึ่งปีแรกหดตัวตามไป

โดยธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ SCGC มีรายได้จากการขาย 135,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY หนุนโดยราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น แต่เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง ทำให้มีกำไร 7,292 ล้านบาท ลดลง 62% YoY ส่วนธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีรายได้จากการขาย 103,771 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY แต่กำไรกลับลดลง 25% YoY มาอยู่ที่ 3,976 ล้านบาท ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้ง หรือ SCGP มีรายได้จากการขาย 74,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% YoY แต่ลดลง 20% YoY โดยมีกำไร 3,514 ล้านบาท

นอกจากนี้ เมื่อลงรายละเอียดรายได้งวดครึ่งปีแรก พบว่า SCC มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services หรือ HVA) ทั้งสิ้น 104,332 ล้านบาท คิดเป็น 34% ของรายได้รวม แบ่งเป็นสัดส่วนจากการพัฒนาสินค้าใหม่ 17% และงาน Service Solution เช่น ปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี สูตรไฮบริด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Hybrid Cement) และ กระเบื้องยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (Hygienic Tiles) อีก 5% และหากแบ่งสัดส่วนรายได้จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออกในครึ่งปีแรก จะอยู่ที่ 45% ของยอดขายรวม คิดเป็นมูลค่า 135,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY

โอกาสนี้ SCC เตรียมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลดำเนินงานครึ่งปีแรก ในอัตราหุ้นละ 6 บาท ขึ้นเครื่อหมาย XD วันพุธที่ 10 สิงหาคม และจ่ายเงินปันผลวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคมนี้  

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCC ยังเปิดเผยกลยุทธ์การทำธุรกิจในครึ่งปีหลังด้วยว่า เพื่อบริหารความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง บริษัทฯ พร้อมเร่งดำเนินการ 5 กลยุทธ์ ประกอบด้วย ลดต้นทุน เพิ่มพลังงานทางเลือก พร้อมกับพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มใหม่ๆ ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็จะหาวิธีการเพิ่มสภาพคล่องการเงิน และระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น โดยไม่ลืมเดินหน้าเป้าหมาย ESG ด้วยแนวทาง ESG 4 Plus ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้