ได้เวลา CHAYO ไชโย กำไรครึ่งปีหลังแกร่ง อีกทั้งราคาพักฐานจนมี upside สูงราว 30%

1666 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ได้เวลา CHAYO ไชโย กำไรครึ่งปีหลังแกร่ง อีกทั้งราคาพักฐานจนมี upside สูงราว 30%


บมจ. ชโย กรุ๊ป (CHAYO) รายงานผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีนี้ สรุปได้ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 225.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.80 ล้านบาท หรือ 44.01% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ 61.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.14 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 74.35%YoY โดยมีกำไรขั้นต้น 170.47 ล้านบาท หรือคิดเป็น 75.70% ของรายได้รวม

นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CHAYO ชี้แจงสาเหตุที่ทำให้กำไรเติบโตอย่างโดดเด่นว่า เกิดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ขณะที่มีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง สนับสนุนให้ผลดำเนินงานครึ่งแรกปีนี้ ทำกำไรได้ 137.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.44 ล้านบาท หรือ 37.42% YoY สาเหตุการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 114.11 ล้านบาท หรือ 34.29% YoY มาเป็น 446.86 ล้านบาท และกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์รอการขายที่เพิ่มขึ้น ผลักดันให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 78.09 ล้านบาท YoY เป็น 339.99 ล้านบาท หรือคิดเป็น 76.10% ของรายได้ ขณะที่มูลหนี้คงค้างในพอร์ตล่าสุด อยู่ที่ 7.5 หมื่นล้านบาท

พร้อมกันนี้ ประธานเจ้าหน้าที่ CHAYO ยังได้คาดหมายแนวโน้มผลดำเนินงานช่วงครึ่งหลังปีนี้ด้วยว่า จะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก จากปัจจัยสนับสนุนในทุกธุรกิจที่ดำเนินการ อย่างธุรกิจติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้ สามารถเซ็นสัญญาร่วมกับลูกค้าเพิ่มต่อเนื่อง และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะเห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ขณะที่ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หลังจากบริษัทฯ สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ในครึ่งปีแรกได้กว่า 417 ล้านบาท ครึ่งปีหลังคาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เพิ่มขึ้น 600-1,000 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นสินเชื่อแบบมีหลักประกันเจาะกลุ่มลูกค้าเดิม ในสัดส่วน 80% ของพอร์ต ที่เหลือจะเป็นกลุ่มลูกค้าสวัสดิการพนักงาน และนักศึกษาตามมหาวิทยาลัย

ส่วนธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ สถาบันการเงินจะทยอยขายหนี้เสีย (NPLs) ออกมาอย่างต่อเนื่อง ราว 5-7 หมื่นล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสได้หนี้ใหม่เข้ามาเติมพอร์ตในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากเงินลงทุนที่เตรียมเอาไว้กว่า 2,500 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับสถาบันการเงิน 1-2 ราย คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนอย่างน้อย 1 ราย ในไตรมาส 3 นี้ เติมเต็มพอร์ตมูลหนี้คงค้างสิ้นปีแตะ 9 หมื่นล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับสถาบันการเงิน (JV) เพื่อบริหารจัดการ NPL นั้น กำลังศึกษาและเจรจากับสถาบันการเงิน 2-3 ราย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปลายปีนี้ ซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จะทำให้พอร์ตมูลหนี้สิ้นปีอาจสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้

“มั่นใจว่าช่วงครึ่งปีหลังของปี รายได้จะเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรกอย่างแน่นอน และจากปัจจัยข้างต้นทำให้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า ผลดำเนินงานทั้งปีจะทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่น้อยกว่า 25% อย่างแน่นอน” นายสุขสันต์ ยืนยันทิ้งท้าย

เป้าหมายที่ผู้บริหาร CHAYO ได้รับการขานรับจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายสำนักว่า เป็นไปได้จริง พร้อมแนะนำ "ซื้อ” หลังราคาหุ้นปรับฐานลง ตอบรับข่าวความล่าช้าในการขายหลักประกันแปลงใหญ่ ที่ จ.พังงา ที่เกิดปัญหามีผู้ร้องคัดค้านเพื่อขอเพิกถอนผลของการขายทอดตลาดในวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา และบริษัทฯ อยู่ในระหว่างยื่นคัดค้านการเพิกถอนการขายทอดตลาด โดยจะมีนัดไต่สวนและสืบพยานในวันที่ 23 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้

หยวนต้า (YUANTA) บอกว่า กำไรสุทธิครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นจากครึ่งปีแรก ถึงแม้บริษัทฯ จะไม่มีกำไรที่เกิดจากการขายหลักประกันแปลงใหญ่ก็ตาม หนุนโดยรายได้จากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ที่ปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเริ่มรับรู้รายได้จากการบริหารพอร์ตหนี้ NPLs ที่ปิดประมูลไปในไตรมาส 2 มูลค่ารวม 1,006 ล้านบาท และ CHAYO JV ซึ่งจะเริ่มมีพัฒนาการมากขึ้นตามขนาดของพอร์ต NPLs แบบมีหลักประกันที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแผนเร่งขาย NPA ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ผ่านการจัดโปรโมชั่นด้านราคา อีกทั้งธุรกิจติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้มีแนวโน้มสดใสขึ้น หลังได้งานจากสถาบันการเงินและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เพิ่มเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 3 จึงคาดทั้งปีนี้ CHAYO จะมีกำไรสุทธิ 322 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 47%

ซึ่งเมื่อพิจารณาจากระดับราคาหุ้น ที่ปรับฐานลงจากความล่าช้าในการขาย NPA แปลงใหญ่ กดดันให้มีการปรับประมาณการกำไร และราคาเป้าหมายลงตามมา ประกอบเข้ากับแนวโน้มผลดำเนินงานโดยรวมที่ยังขยายตัวดีกว่าปีก่อน จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” เพราะราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside เกิน 30% จากมูลค่าพื้นฐานใหม่ที่ 14.40 บาท (อิง P/BV ที่ 3.9 เท่า)

ส่วนบัวหลวง (BLS) ยังคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีของ CHAYO ที่ 535 ล้านบาท (เติบโตจากปีก่อน 144%) ตามเดิม เพราะยังเชื่อมั่นว่า บริษัทฯ จะรับรู้กำไรจากการขายที่ดินแปลงใหญ่ราว 200-300 ล้านบาท ได้ในไตรมาสสุดท้าย ขณะที่ธุรกิจหลักอื่นๆ มีปัจจัยหนุนการเติบโตต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นพอร์ตการปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัวก้าวกระโดด และเห็นผลกําไรที่มีนัยสําคัญเข้ามา การฟื้นตัวของธุรกิจติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้ หรือการเข้าสู่ฤดูกาลซื้อหนี้จากสถาบันการเงิน รวมถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) กับธนาคาร ส่งผลดีต่อธุรกิจบริหารสินทรัพย์ปีนี้ และเพิ่ม upside ต่อกำไรปีหน้าเป็นต้นไป ยิ่งไปกว่านั้น กําไรสุทธิในครึ่งปีแรกคิดเป็น 24% ของประมาณการทั้งปี จึงคงคําแนะนํา “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 20.80 บาท อิง EPS growth ปีนี้และปีหน้า ที่ 41.7% บนสมมติฐาน PEG เดิมที่ 1 เท่า
 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้