SCBAM ขยายเวลาขาย IPO Complex Fund ลงทุน 1 ปี การันตีผลตอบแทนสูงกว่าดอกฝาก เฉพาะรายใหญ่ ถึง 26 ก.ย. นี้

1835 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SCBAM ขยายเวลาขาย IPO Complex Fund ลงทุน 1 ปี การันตีผลตอบแทนสูงกว่าดอกฝาก  เฉพาะรายใหญ่ ถึง 26 ก.ย. นี้

นายศรชัย สุเนต์ตา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment office and product และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย CIO office ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เตรียมเปิดขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Double Structured Complex Return 1 YA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SCBDSHARC1YA) กำหนด IPO ตั้งแต่ 1-9 กันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีผู้จองซื้อเข้ามาเต็มจำนวนเงินทุนของโครงการเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้ SCBAM ประกาศเปิดกองใหม่ต่อเนื่อง ตั้งแต่ 13 - 26 กันยายนนี้ กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท 

โดยกองทุน SCBDSHARC1Y มีอายุโครงการ 1 ปี เน้นลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก ตราสารทางการเงินที่เสนอขายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่นที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อสร้างมูลค่าเงินลงทุน

อย่างไรก็ตาม กองทุนนี้จะเน้นลงทุนตราสารหนี้ที่อยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) เป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนรวมกัน  99.25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ( NAVs) โดยมีเป้าหมายให้เงินส่วนนี้เติบโตครอบคลุมเงินต้น 

ส่วนเงินลงทุนอีก 0.75% ของ NAVs จะนำไปลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น สัญญาออปชั่น (Option) ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับราคาทองคำ Gold Spot (XAUUSD) ตามเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน เพื่อเปิดโอกาสให้กองทุนสามารถแสวงหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำ Gold spot   

 



สำหรับเหตุผลที่ใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์อ้างอิงในการลงทุนนี้ เพราะคาดการณ์ว่า ทิศทางราคาทองคำจะเป็น Sideway ในอีก 1 ปีข้างหน้า ลังมีอุปสงค์ต่อทองคำจากธนาคารกลางหลายแหล่งในโลกเข้าช้อนซื้อทองคำเพื่อใช้เป็นทุนสำรองในยามที่ราคาทองคำอ่อนค่าลงจากแรงกดดันของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น  ซึ่งกระแสการดำเนินการเช่นนี้น่าจะมีอยู่ต่อไปจนถึงปีหน้า เพราะความไม่แน่นอนและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงจะมีอยู่ ทำให้ราคาทองคำน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway จึงเหมาะที่จะใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงสำหรับสร้างผลตอบแทนให้กับลูกค้าได้ แม้ในยามที่ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำเป็น Sideway

ส่วนทิศทางค่าเงินบาท แม้ในระยะสั้น เงินบาทจะยังเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าเช่นเดียวกับเงินสกุลอื่นในภูมิภาค แต่คาดการณ์ว่าค่าเงินบาท น่าจะแกว่งในกรอบ 35.50–36.50 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์สหรัฐฯ เนื่องจาก ตลาดได้ Price -in ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยไปมากแล้ว  อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย ยังดูแลความผันผวนของค่าเงินบาทผ่านการใช้เงินทุนสำรอง

ขณะที่ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ประเมินว่า เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นในกรอบ 35-36  บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์สหรัฐฯ จากการที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้น Portfolio flow จากนักลงทุนต่างชาติ ทางด้านดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มกลับมาเกินดุล จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมัน และค่าระวางเรือที่มีแนวโน้มลดลง และการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีแนวโน้มช้าลงในไตรมาส 4 

พร้อมกันนี้ นายศรชัย ยังได้ชี้แจงถึงผลตอบแทนจากการลงทุนด้วยว่า จะให้ผลตอบแทนขั้นต่ำสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ เพราะคาดการณ์ว่าผลตอบแทนจะเกิดขึ้นได้ใน 3 ลักษณะ ดังนี้

กรณีที่ 1 ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันทำการวันใดวันหนึ่งตลอดอายุสัญญาออปชั่น ปรับลดลงมากกว่า 10% หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เมี่อเทียบกับราคาสินทรัพย์ ณ วันเริ่มต้นสัญญา (Knockout) จะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน บวกผลตอบแทนชดเชย 0.25%  ณ วันครบอายุโครงการ

กรณีที่ 2 ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาไม่เปลี่ยนแปลง หรือปรับเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์ ณ วันเริ่มต้นสัญญา จะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนบวกผลตอบแทบจากออปชั่น 

กรณีที่ 3 ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วัน พิจารณาปรับลดลงไม่เกิน 10% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์ ณ วันเริ่มต้นสัญญา จะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน บวกผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่น (หากราคาสินทรัพย์ติดลบ แต่ผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่นยังจ่ายผลตอบแทนเป็นบวก)                                                                                                                          

              

เนื่องจากกองทุนดังกล่าว มีการลงทุนค่อนข้างซับซ้อน (Complex Fund) และผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ในช่วงเวลา 1 ปี ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้น จะทำให้ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้สนใจควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจาก SCBAM หรือตัวแทนในการขายกองทุนประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วย

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้