บลจ. อีสท์สปริง เปิดขาย IPO กองทุนหุ้นเทคสหรัฐฯ 5-9 ก.ย. นี้

1984 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บลจ. อีสท์สปริง เปิดขาย IPO กองทุนหุ้นเทคสหรัฐฯ 5-9 ก.ย. นี้

การที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เกิด technical recession ไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้เหลืออีกหนึ่งโจทย์คือ การคุมเงินเฟ้อให้กลับลงมาให้ได้ ซึ่งตอนนี้เงินเฟ้อก็ได้ปรับตัวลดลงมาแล้ว แต่เป็นระยะเวลาเพียงไม่นาน ทำให้ FED ยังสามารถขึ้นดอกเบี้ยแบบ Hawkish ได้อีกครั้งในเดือนกันยายน ในอัตรา 75bps ซึ่งจะมีผลให้โอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะเป็นลักษณะแบบ Mild Recession เนื่องจากภาคแรงงานและกำลังซื้อในสหรัฐฯ ยังดีอยู่ ทำให้ บลจ. อีสท์สปริง (Eastspring) ประเมินว่า ช่วงนี้เป็นช่วงปลายของการ Hawkish ของ FED แล้ว จึงได้เวลาทยอยสะสมกองทุนสไตล์ Growth และ Technology แล้ว ดังนั้น จึงตัดสินใจเปิดตัว กองทุนเปิด อีสท์สปริง US Information Technology (ESUSTECH) กำหนดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 5 – 9 กันยายนนี้  โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำแต่อย่างใด   

ทั้งนี้ กองทุน ES-USTECH จะลงทุนผ่านหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ iShares S&P500 Information Technology Sector UCITS ETF หน่วยลงทุนชนิด Class USD (Acc) ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ภายใต้บริหารจัดการโดย BlackRock Asset Management Ireland Limited  โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAVs) ส่วนที่เหลือพร้อมกระจายการลงทุนออกไปในหุ้น หรือสินทรัพย์อื่นๆ ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ กองทุนอาจมีการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (derivative) หรืออาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุนได้ด้วย ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

สำหรับแนวทางการลงทุนของกองทุนหลัก จะเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500 Capped 35/20 Information Technology ตามสัดส่วนของหุ้นแต่ละตัวที่นำมาคำนวณดัชนี ทำให้กองทุนหลักอาจมีการลงทุนหุ้นบางตัวได้สูงถึง 20% ของ NAVs และในกรณีที่เป็นไปตามภาวะตลาด อาจเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากถึง 35% ของ NAVs ซึ่งจะทำให้กองทุน ES-USTECH มีการลงทุนกระจุกตัวได้ จึงมีความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจต้องสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมากได้ และเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้สนใจจะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะดัชนี S&P500 Capped 35/20 Information Technology จะประกอบด้วย หุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ แต่การลงทุนจะคัดเฉพาะหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ภายใต้มาตรฐานของ Global Industry Classification Standard (GICS) ซึ่งจะประกอบด้วยหุ้น 3 ประเภท คือ

1. ซอฟต์แวร์เทคโนโลยีและบริการ ได้แก่ บริษัทที่พัฒนาและผลิตซอฟต์แวร์ ระบบและการจัดการฐานข้อมูล และบริษัทที่ให้คําปรึกษาและบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การประมวลผลข้อมูล รวมถึงบริษัทที่ให้บริการและโครงสร้างพื้นฐานสําหรับอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต (เช่น บริการข้อมูล เครือข่ายคลาวด์ โครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูล เว็บโฮสติ้ง)

2. เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ ได้แก่ ผู้ผลิตและจําหน่ายอุปกรณ์สื่อสาร คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

3. เซมิคอนดักเตอร์ และผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์

ทั้งนี้ดัชนี S&P500 Capped 35/20 Information Technology จะมีการปรับสมดุล (rebalance) เป็นรายไตรมาส และดัชนียังจํากัดน้ำหนักของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในการปรับสมดุลแต่ละครั้ง

สำหรับเป้าหมายการลงทุน กองทุนมุ่งหวังสร้างผลดำเนินงานให้สูงกว่าดัชนีชี้วัด ที่อ้างอิงจากดัชนี S&P500 Capped 35/20 Information Technology ปรับด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบเท่าค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน 90% และปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบกับค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน 10%

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้