DAOL แนะรอจังหวะเก็บ PTTEP, BH, KBANK, RCL, CBG, BANPU และ BEC รับการดีดกลับของตลาด

2456 จำนวนผู้เข้าชม  | 

DAOL แนะรอจังหวะเก็บ PTTEP, BH, KBANK, RCL, CBG, BANPU และ BEC รับการดีดกลับของตลาด

แรงขายหุ้นทั่วโลกที่โถมออกมาจาก 3 ตัวแปรหลัก คือ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เข้มงวด จนทำให้มีการคาดหมายกันว่าจะเห็นดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ขยับขึ้นแตะ 4% อีกทั้งสถานการณ์สงครามยูเครน-รัสเซียที่ยืดเยื้อ สร้างปัญหาขาดแคลนพลังงานให้กับยุโรป จนส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และอัตราเงินเฟ้อตามมา ขณะที่การประกาศ Lockdown เมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของทางการจีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงตลาดหุ้นไทย จนดัชนีปรับตัวลงมาแตะจุดต่ำสุดในรอบปี บริเวณ 1,535 จุด ช่วงเดือนกรกฎาคม ก่อนฟื้นตัวขึ้นมายืนเหนือ 1,600 จุด ในเดือนสิงหาคมต่อเนื่องเดือนกันยายนที่ผ่านมา

แต่เมื่อถึงวันที่ 22กันยายน กลับมีแรงขายโถมออกมาจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เมื่อความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยค่อยๆ โหมโรงเข้ามา ทำให้มีการปรับพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกอีกรอบ ยิ่งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ฉุดให้ค่าเงินในภูมิภาคอ่อนตัวมากขึ้น รวมถึงเงินบาทที่ค่อยๆ อ่อนค่าลงไปแตะ 38 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 16 ปี ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับฐานลงมาแกว่งบริเวณ 1,558 จุด เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา  

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ ดาโอ (DAOL) ยังมีความเชื่อมั่นว่า แม้ตลาดจะยังมีความเสี่ยงจากแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงบั่นทอนบรรยากาศการลงทุนอยู่ แต่เชื่อว่า ความเสี่ยงขาลง (downsize) น่าจะมีจำกัดแล้ว ส่วนหนึ่งมีผลจากการที่ระดับ P/E ของตลาดหุ้นทั่วโลก (MSCI World Index) ปรับลงใกล้ถึงจุดต่ำสุด เทียบเท่าปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด หรือก่อนจะมีการอัดฉีดเงินเข้าระบบแล้ว อีกส่วนหนึ่งเกิดจากตัวแปรที่คอยกดดันตลาด ทั้งดอกเบี้ยสหรัฐฯ สถานการณ์ยูเครน-รัสเซีย และการคุมเข้มโควิดในจีน น่าจะเริ่มเห็นการผ่อนคลายมากขึ้น หนุนให้ตลาดพร้อมดีดตัวกลับได้ทันที ในระยะสั้น เชื่อว่า ผลดำเนินงานไตรมาส 3 ที่จะทยอยประกาศออกมาไม่น่าแย่มาก ทำให้ตลาดน่าจะมี upside เข้ามาช่วยหนุนเพิ่มเติม

สำหรับหุ้นไทย การที่นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิ (Net buy) ปีนี้กว่า 1.45 แสนล้านบาท หลังจากที่ขายสุทธิ (Net Sell) มาตั้งแต่ปี 2560 ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของตลาด ขณะที่กำไรตลาด และมูลค่าหุ้นก็ไม่ได้แพง เพราะมี Forward P/E ที่ระดับ 17.2 เท่า จึงมั่นใจว่า ไม่น่าเห็นดัชนีทำสถิติต่ำสุด (New Low) ใหม่ มิหนำซ้ำ ตลาดยังมีโอกาสดีดตัวกลับไปยืนเหนือ 1,600 จุด อีกครั้ง หากปัจจัยกดดันข้างต้นเริ่มผ่อนคลาย

ซึ่งเมื่อให้คัดเลือกหุ้นลงทุน รับการดีดกลับของตลาด DAOL เลือกหุ้นที่น่าสนใจมา 2 กลุ่ม คือ หุ้นที่นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อมากในปีนี้ อย่าง PTTEP, BH, KBANK กับหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามาก อย่าง RCL, CBG, BANPU และ BEC

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้