แนะลงทุน KKP หลังกำไรเกินคาด เปิด upside ราคาหุ้น บวกด้วยปันผลครึ่งหลังปีนี้อีก 3%

2599 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แนะลงทุน KKP หลังกำไรเกินคาด เปิด upside ราคาหุ้น บวกด้วยปันผลครึ่งหลังปีนี้อีก 3%

บมจ. ธนาคารเกียรตินาคิน ภัทร (KKP) รายงานผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปีนี้ ว่า กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) 41% โดยธุรกิจธนาคารพาณิชย์ยังคงมีผลประกอบการดีต่อเนื่อง ตามปริมาณสินเชื่อที่ยังขยายตัวในอัตรา 17.3% ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้น 24.9% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น 2.5% หลักๆ มาจากการเพิ่มขึ้นในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่ขยายตัว 7.7% สำหรับธุรกิจตลาดทุนมีกำไร 336 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น 5.2% ตามการขยายตัวของธุรกิจ แต่มีการควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้สุทธิให้ลดลง YoY มาอยู่ที่ 40.1%

 



ขณะเดียวกัน ธนาคารมีการกันสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,089 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อ เช่นเดียวกับอัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตที่ควบคุมในระดับสูงที่ 159.7% ส่วนอัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม สิ้นไตรมาส 3 อยู่ที่ 3.03% ลดลง 0.47% YoY    

สำหรับผลดำเนินงานงวด 9 เดือนปีนี้ กลุ่ม KKP มีกำไรสุทธิ 6,172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.7% YoY เป็นกำไรสุทธิจากธุรกิจตลาดทุน 1,009 ล้านบาท ส่วนธุรกิจธนาคารพาณิชย์ กำไรเพิ่มขึ้นตามรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับเพิ่มขึ้น 18.4% ตามการเติบโตของสินเชื่อที่ดีต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น 2.3% สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้น 6.2% ตามการขยายตัวของธุรกิจ ในส่วนของผลขาดทุนด้านเดรดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อยู่ที่ 2,967 ล้านบาท ลดลง 18% YoY ตามคุณภาพสินเชื่อที่สามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้น และการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจรับการคลายตัวของสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด

 



ผลดำเนินงานไตรมาส 3 ที่ KKP ประกาศออกมา ถือได้ว่าเกินความคาดหมายของนักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคารส่วนใหญ่ทำให้ตลาด เชียร์ "ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 85 บาท

อินโนเวสท์เอ๊กซ์ (INVX) ระบุว่า กําไรสุทธิไตรมาส 3 ของ KKP ทำได้ดีเกินคาด เพราะรายได้สูงกว่าคาด ทั้งจากการเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่ง และดอกเบี้ยรับสุทธิ (NIM) ที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ปรับประมาณการกําไรปีนี้และปีหน้า เพิ่มขึ้น 5% และ 4% ตามลำดับ เพื่อให้สะท้อนผลดำเนินงานไตรมาส 3 ที่โดดเด่น แม้จะเชื่อว่ากำไรไตรมาสสุดท้ายของปีจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากการตั้งสํารองเพิ่มขึ้น เพื่อให้สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวแย่ลง พร้อมกับ credit cost ที่สูงขึ้น กระนั้น ยังคงแนะนำ "ซื้อ" เพราะ valuation น่าสนใจเมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายที่ 81 บาท ไม่นับรวมเงินปันผลที่คาดว่าจะจ่ายในระดับ 5-6% โดยคาดปันผลจากกำไรครึ่งปีหลังในอัตรา 3.3% 

ส่วนซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (CGS-CIMBS)  บอกว่า KKP รายงานกำไรสูงกว่าที่คาดไว้ถึง 19% และเกินคาดหมายของตลาด (Bloomberg Concencus) ราว 9% จากต้นทุนสินเชื่อที่ต่ำกว่าคาด และการเติบโตของสินเชื่อที่โดดเด่น หนุนให้รายได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น เช่นเดียวกับรายได้มิใช่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้คาดกำไรเฉลี่ย 3 ปีนี้ (2565-67) เติบโตในระดับ 10.8% โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อเฉลี่ย 3 ปีนี้ (2565-67) ที่ 8.3% สูงกว่ากลุ่มที่ทำได้ในระดับ 5% ขณะที่ผลขาดทุนจากการขายรถยึดคืนลดลง และส่วนแบ่งตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจตลาดทุน คิดเป็นราคาเป้าหมายได้ที่ 90 บาท

ขณะที่ไพ (PI) ชี้ว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3 ออกมาสอดคล้องกับคาดการณ์ แต่อาจปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของกำไรทั้งปีที่คาดไว้เดิม 23% จากการได้ดีลขายหุ้น IPO ใหม่ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ โดยให้ราคาเป้าหมาย 86 บาท และแนะนำ "ซื้อ" จากมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ อิง P/BV ปีหน้าที่ 1.2 เท่า หรือเทียบเท่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง (2560-2564) บวกด้วยโอกาสได้เงินปันผลสูงระดับ 6.0-7.5% ตลอด 3 ปีนี้ (2565-2567)  

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้