AMARC ซื้อขายวันแรกเหนือจองทั้งวัน ให้ผลตอบแทนต่ำสุด 26.89%

2083 จำนวนผู้เข้าชม  | 

AMARC ซื้อขายวันแรกเหนือจองทั้งวัน ให้ผลตอบแทนต่ำสุด 26.89%

การเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ บมจ. ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย (AMARC) ไม่สร้างความผิดหวังให้นักลงทุนที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายประชาชนครั้งแรก (IPO) เมื่อราคาหุ้นยืนเหนือจองได้ทั้งวัน แต่โดดเด่นมากในช่วงครึ่งวันเช้า โดยหลังจากเปิดตลาดที่ 4.30 บาท สูงกว่าราคาจองที่ 2.90 บาท ถึง 1.40 บาท หรือให้ผลตอบแทน 48% มีแรงเก็งกำไรกระจายตัวออกมาเป็นระยะๆ ทำให้ราคาแกว่งในกรอบที่กว้างระหว่าง 3.90 - 4.72 บาท แต่ปิดภาคเช้าราคายังคงยืนระยะใกล้เคียงราคาเปิดตลาดที่ 4.30 บาท แต่เมื่อเปิดตลาดภาคบ่าย กลับมีแรงขายกระจายตัวออกมา กดราคาหุ้นให้ปรับฐานลงเป็นลำดับ และทำจุดต่ำสุดในรอบวันที่ 3.68 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 26.89% 

อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายตลาดเริ่มมีแรงซื้อหนุนเข้ามา ดันราคาหุ้น AMARC ให้ไต่ระดับขึ้นมาปิดทำการวันแรกได้ที่ 3.80 บาท เหนือจอง 90 สตางค์ คิดเป็นผลตอบแทนราว 31%

โอกาสนี้ ดร.ชินดนัย ไชยยอง กรรมการผู้จัดการ AMARC ได้ให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนด้วยว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai ครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจของบริษัทฯ ให้สามารถรับงานโครงการขนาดใหญ่ สนับสนุนความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคตให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เพราะภาพรวมธุรกิจห้องปฏิบัติการและวิจัยทางด้านเกษตร อาหาร ยา มีแนวโน้มจะเติบโตสูงมาก ตามกระแสใส่ใจสุขภาพ และการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้บริโภคที่มีความเข้มงวดมากขึ้น

สำหรับในระยะกลาง การที่บริษัทฯ มีชื่อเสียงจากการเป็นผู้ให้บริการทางวิทยาศาสตร์มายาวนานกว่า 18 ปี จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้เป็นผู้ให้บริการทดสอบ ตรวจสอบ และรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ หรือแบบห่วงโซ่อุปทานภายในกระบวนการผลิต (Comprehensive Supply Chain Service) ไปจนถึงปลายน้ำ ทำให้เชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม และพร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มเติม สร้างโอกาสการเติบโตของรายได้และกำไร เพื่อสร้างผลตอบแทนคืนกลับผู้ถือหุ้นตามมา

เฉพาะปีนี้ คาดว่าแนวโน้มรายได้และกำไรจะกลับมาเติบโตได้ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด หลังจากผลดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวม 131.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 8.32% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 12.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 16.19% ส่วนหนึ่งเกิดจากบริษัทฯ สามารถควบคุมอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงเกิน 40% อย่างต่อเนื่อง 


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้