โบรกมองราคาหุ้น SNNP ยังไม่แพง เพราะกำไรแนวโน้ม New high ต่อเนื่อง

2425 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โบรกมองราคาหุ้น SNNP ยังไม่แพง เพราะกำไรแนวโน้ม New high ต่อเนื่อง

หลังจาก บมจ. ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง (SNNP) เปิดเผยผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และ 22.6% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สาเหตุจากการเติบโตของรายได้ทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 50.2% YoY และ 10.9% QoQ  เป็น 1,487 ล้านบาท และสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ขณะที่งวด 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% YoY แต่หากตัดรายการพิเศษ กำไรจากธุรกิจหลักจะอยู่ที่ 383 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76% YoY เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนโดยมีกำไรสุทธิดังกล่าวอยู่ที่ 218 ล้านบาท ตามการเติบโตของรายได้ทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 28% YoY มาอยู่ที่ 3,924 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New high)  

 



นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ SNNP ให้เหตุผลที่กำไรทำสถิติ New high ว่า ได้อานิสงค์จากนโยบายการเปิดประเทศ และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ผลักดันให้ยอดขายทั้งในและต่างประเทศขยายตัวอย่างโดดเด่น สามารถเติบโตได้มากกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรม ขณะที่บริษัทฯ มีการวางกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการปรับโฉมสินค้า รวมถึงการเปิดตัวหนังโฆษณาชุดใหม่ๆ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภค พร้อมกับทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาด ซี่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี 

สำหรับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจช่วงโค้งสุดท้ายปีนี้ บริษัทฯ มีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะแบรนด์ เจเล่ และ เบนโตะ อย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้ ซึ่งจะช่วยให้ภาพรวมทั้งปีนี้ แนวโน้มรายได้พุ่งแตะ 5,000 ล้านบาท สร้างสถิติสูงสุดใหม่ตามเป้าหมายที่วางไว้

นอกจากนี้ การเปิดโรงงาน S.T.FOOD MARKETING ในเวียดนาม ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นฐานการผลิต และศูนย์กระจายสินค้าในอนาคต ยังช่วยสนับสนุนรายได้และกำไรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดขายในเวียดนามในปี 2569 อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท หรือเติบโต 7 เท่าตัว

 



ในประเด็นนี้ นายฐากร ชัยสถาพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจต่างประเทศ SNNP เสริมว่า บริษัทฯ ได้มีการส่งสินค้าไปยังเวียดนามมาตลอด 15 ปี ทำให้มีความรู้ความเข้าใจ รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มในเวียดนามเป็นอย่างดี สามารถสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และได้คู่ค้าในท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญในการกระจายสินค้าในตลาดเวียดนาม ที่มีประชากรมากถึง 99 ล้านคน ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในอาเซียน ทำให้มั่นใจว่า จะช่วยสร้างผลตอบแทนและรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นให้กับบริษัทฯระยะยาวอย่างยั่งยืน สะท้อนผ่านยอดขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในเวียดนามช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ที่ทำได้ 218 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% YoY แบ่งเป็นรายได้จากขนมขบเคี้ยว 93% และสินค้าเครื่องดื่ม 7%

ผลดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และโอกาสการเติบโตในเวียดนาม รวมถึงมูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพง ทำให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์มีมุมมองเชิงบวกต่อ SNNP

ดาโอ (DAOL) บอกว่า การเติบโตของกำไร YoY หนุนโดยรายได้รวมทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่กำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวจากสินค้าใหม่ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และการใช้กำลังการผลิต (Utilization rate) ของโรงงานทั้งในและต่างประเทศดีขึ้น อีกทั้งโรงงานที่กัมพูชาพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนการเติบโตของกำไร QoQ มาจาากรายได้ และ GPM ขยายตัวเพราะต้นทุนวัตถุดิบลดลง สำหรับการเติบโตของกำไรระยะต่อไปคาดจะเห็นการเติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะรายได้ต่างประเทศน่าจะขยายตัวโดดเด่น

และเนื่องจาก SNNP มีการเติบโตของกำไรตามที่คาด จึงยังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่ 520 ล้านบาท (+69% YoY) และปีหน้าที่ 680 ล้านบาท (+31% YoY) ที่ราคาเป้าหมายปีหน้า 27.00 บาท อิง PER 38 เท่า พร้อมแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจาก Valuation ไม่แพง ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปีหน้าระดับ 29.2 เท่า เทียบกับการเติบโตของกำไรปกติปีหน้าที่คาดเติบโต 31% YoY อีกทั้งยังมี upside จากสินค้านวัตกรรม และการรุกทำตลาดในประเทศใหม่ๆ

 

ส่วนกสิกรไทย (KS) บอกว่า ในเบื้องต้น ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 511 ล้านบาท (+16.9% YoY) และปีหน้าที่ 728 ล้านบาท (+42.5% YoY) ถึงแม้จะมี upside หนุนในระยะสั้น จากการแข่งขันฟุตบอลโลก และช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง ผลักดันให้กำไรสุทธิไตรมาส 4 อาจเพิ่มสูงกว่าที่ประมาณการไว้ที่ 148 ล้านบาท (+22.3% YoY และ +4.2% QoQ)

สำหรับแนวโน้มระยะกลาง การที่บริษัทฯ มีแผนชำระคืนหนี้สถาบันการเงินเวียดนามก่อนครบกำหนด อีกทั้งกำไรมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งใน 2-3 ปีข้างหน้า และราคาหุ้นยังมีมูลค่าที่ถูกกว่าคู่แข่ง โดยซื้อขายที่ PEG ปีหน้าระดับ 0.87 เท่า ต่ำกว่าระดับเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ซื้อขาบบริเวณ PEG 1.94 เท่า จึงแนะนำ "ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 29.30 บาท คำนวนด้วยวิธี PER ล่วงหน้าที่ 30.8 เท่า หรือเทียบเท่า 1SD สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง

ส่วนกรณีที่ราคาหุ้น SNNP ในรอบปีนี้ (YTD) ทะยาน 61.3% เทียบกับดัชนีตลาดที่ติดลบ 2.1% โดยซื้อขายที่ PER ปี 2565-67 ที่ 37.6 เท่า, 26.4 เท่า และ 20.9 เท่า ถือได้ว่าอยู่ในระดับราคาที่สมเหตุสมผล เมื่อพิจารณาจากอัตราเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ช่วง 3 ปี (2564-67) ของกำไรปกติที่ 44%

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้