เชื่อ UBE พลิกร้ายเป็นดีในไตรมาส 4 ปัจจัยลบในไตรมาส 3 คลาย ราคามี upside กว่า 30%

2210 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เชื่อ UBE พลิกร้ายเป็นดีในไตรมาส 4 ปัจจัยลบในไตรมาส 3 คลาย ราคามี upside กว่า 30%

หลังจาก บมจ. อุบล ไบโอเอทานอล (UBE) รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้น่าผิดหวัง ด้วยผลขาดทุนสุทธิเฉียด 20 ล้านบาท ทั้งที่ในไตรมาส 3 ปีที่แล้ว มีกำไรสุทธิ 97 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และยังทำสถิติต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส ส่งผลให้งบการเงินงวด 9 เดือนปีนี้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 12% เหลือ 179.5 ล้านบาท ทั้งที่ยอดขายรวมยังเติบโตได้ 2.1% มาอยู่ที่ 5,141.5 ล้านบาท

ซึ่งเมื่อลงรายละเอียดของงบการเงินไตรมาส 3 ก็พบว่า ผลขาดทุนสุทธิหลักมาจากบริษัทฯ มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและ Stock Loss ที่สูงกว่าคาด ประกอบกับยอดขายรวมลดลง โดยธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนคําสั่งซื้อสินค้าออกไปเป็นไตรมาส 4 ส่วนธุรกิจเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมลดลงจากการคลายตัวของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นลดลง 9.5%  

อย่างไรก็ตาม นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ UBE ออกมาชี้แจงว่า สานการณ์ในไตรมาส 4 จะพลิกผันจากหลังมือเป็นหน้ามือทันที จากปัจจัยฤดูกาลในการจัดซื้อวัตถุดิบมันสำปะหลังที่มีคุณภาพเข้าสู่โรงงานเพื่อนำไปผลิตให้ได้ตามเป้าหมายการส่งมอบ อีกทั้งคําสั่งซื้อสินค้าที่ถูกเลื่อนออกมาจะช่วยผลักดันให้ยอดขายธุรกิจแป้งมันสำปะหลังพลิกกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น ส่วนยอดขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากฤดูกาลท่องเที่ยว ผลักดันให้มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นตามต้นทุนที่ปรับลดลง เสริมด้วยการที่บริษัทฯ พร้อมนำนวัตกรรมยีสต์สายพันธุ์ใหม่มาช่วยลดต้นทุนการผลิต

คำอธิบายของผู้บริหารข้างต้น ได้รับการขานรับจากนักวิเคราะห์เช่นกัน อย่าง หยวนต้า (YUANTA) ชี้ว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 4 ที่ 130-140 ล้านบาท ฟื้นตัวทั้งรายไตรมาส (QoQ) และรายปี (YoY) และมีความเป็นไปได้ด้วยว่า จะทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการเดินทางท่องเที่ยว ส่งผลให้ยอดขายเอทานอลฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับ 40 ล้านลิตร หนุนด้วยการออกจากช่วง Low Season ของธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ส่งผลให้ยอดขายน่าจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับ 1.4-1.5 หมื่นตัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้ และการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ทำให้ประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่คาดไว้ 468 ล้านบาท (+25% YoY) อาจมี Downside ราว 10% แต้ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาเหมาะสมปีหน้า ที่ 2.10 บาท คิดเป็น Upside 32.1%

สำหรับกลยุทธ์ลงทุน แม้ในระยะสั้นถึงระยะกลาง ราคาหุ้นจะมีแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในสหรัฐฯและยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่ของ UBE แต่มองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปแล้วบางส่วน ยิ่งราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายอยู่บน P/BV ปีหน้าที่ 1.0 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มผู้ผลิตเอทานอลที่ 1.1 เท่าและค่าเฉลี่ยของกลุ่มผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังที่ 1.7 เท่า จึงคงแนะนำ "ซื้อ”

เอเซีย พลัส (ASPS) คิดคล้ายกันว่า ทิศทางกําไรปกติในไตรมาส 4 คาดจะพลิกกลับมาฟื้นตัวจากไตรมาส 3 แต่ภาพที่ไม่สดใสที่เกิดในไตรมาส 3 ทำให้ปรับลดประมาณการกําไรปกติปีนี้ และปีหน้าลงจากเดิม 10.8% และ 29.9% มาเป็น 390.8 ล้านบาท (+17.3% YoY) และ 410 ล้านบาท (+33.5% YoY) ตามลําดับ เพื่อให้สะท้อนภาพยอดขายแป้งมันสําปะหลังที่ต่ำกว่าประเมินไว้ จากคําสั่งซื้อทั้งในจีน และสหรัฐฯ ที่ลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยฝ่ายวิจัยปรับลดสมมติฐานยอดขายรวมปีนี้ และปีหน้าลง 31.4% และ 57.5% เหลือ 1.8 แสนตัน และ 2.1 แสนตัน ตามลําดับ พร้อมกับปรับเพิ่มสมมติฐานต้นทุนมันสําปะหลังเฉลี่ยปีนี้และปีหน้าขึ้นมาที่กิโลกรัมละ 2.80 บาท และ 2.60 บาท จากราคาเฉลี่ยเดิมที่กิโลกรัมละ 2.50 บาท ทั้ง 2 ปี 

ภายใต้ประมาณการใหม่ ทำให้ ASPS ประเมินราคาเป้าหมายปีหน้าของ UBE ได้ที่ 2.10 บาท คำนวณอิงจากค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกปี 2562 จนถึงไตรมาสแรกปีนี้ หรือมีค่าเฉลี่ย PER กลุ่มที่ 20 เท่า ลดลงจากเดิมที่ 22.3 เท่า พร้อมแนะนำ “ซื้อ” โดยทยอยสะสมลงทุนเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้