ITC เตรียมเปิดขายหุ้น IPO โควต้าผู้ถือหุ้น TU และนักลงทุนทั่วไป 22-25 พ.ย. เบื้องต้นราคา 32 บาท

2804 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ITC เตรียมเปิดขายหุ้น IPO โควต้าผู้ถือหุ้น TU และนักลงทุนทั่วไป 22-25 พ.ย. เบื้องต้นราคา 32 บาท

บมจ. ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) ประกาศแผนเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวม 660 ล้านหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์สำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food Company) ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย และอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก จากการรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) เกี่ยวกับอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจรให้กับแบรนด์ชั้นนำของโลกที่จัดจำหน่ายกว่า 45 ประเทศทั่วโลก ด้วยช่วงราคาเสนอขายหุ้นละ 30-32 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 21,120 ล้านบาท โดยพร้อมเปิดให้นักลงทุนจอง ซื้อหุ้นได้ระหว่างวันที่ 22-25 พฤศจิกายนนี้ ก่อนเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในกลางเดือนธันวาคมนี้ 

นายพิชิตชัย วงศ์ปิยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITC บอกว่า การเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการยกระดับการเติบโตทางธุรกิจให้สามารถก้าวสู่เป้าหมายการเป็น “ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ที่มองความต้องการของสัตว์เลี้ยงเป็นศูนย์กลาง ด้วยนวัตกรรมและหลักวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยง ครอบครัว และโลกของเรา” ไปอีกขั้น

โดยนวัตกรรมที่บริษัทฯ กำลังพัฒนา ประกอบด้วยการผลิตเอนไซม์ หรือคอลลาเจน ที่จะช่วยเสริมสร้างระบบทางเดินอาหาร ซุปกระดูกที่จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน มูสโปรตีนสองสีจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมอง และเจลาติน ที่จะช่วยบำรุงผิวและเสริมสร้างข้อและกระดูก และกำลังศึกษาเกี่ยวกับโปรตีนทางเลือก รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมและบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป สอดคล้องกับแนวโน้มรักษ์โลก

ด้านนายพรชัย ตติยชัยทวีสุข รักษาการประธานเจ้าหน้าที่ด้านการพาณิชย์ ITC อธิบายถึงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพิ่มเติมว่า พร้อมขยายส่วนแบ่งตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ผ่านการร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กับลูกค้า และขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น พร้อมกับรุกตลาดที่มีช่องว่างสำหรับการเติบโต โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อหัวสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้มีโอกาสการเติบโตสูง กับสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นตลาดที่มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นอันดับ 2 ของโลก  

 



สำหรับจุดเด่นของ ITC อยู่ที่ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีคุณภาพสูง และยากต่อการเลียนแบบ มีความได้เปรียบในการจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะวัตถุดิบทางทะเล ผ่านบริษัทแม่ มีโมเดลในการทำธุรกิจที่ครบวงจรอีกทั้งมีตลาดกระจายสินค้าอย่างกว้างขวางครอบคลุม 45 ประเทศทั่วโลก ช่วยให้สามารถรักษากำไรขั้นต้นได้สูงเกิน 20% มาตลอด 4 ปีล่าสุด   

ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลกยังมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีการคาดหมายกันว่า จะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ปีละ 7.1% ระหว่างปี 2564-69 จากกระแสนิยมในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว และเต็มใจใช้จ่ายเพื่อซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม และมีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น หนุนให้ธุรกิจของ ITC สามารถเติบโตได้ในระยะยาว

ส่วนนายไชยวัฒน์ เจริญรุจิตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ITC ชี้แจงแผนการใช้เงินจากการระดมทุนไปใช้ว่า แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 7,000-8,000 ล้านบาท ใช้ลงทุนทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขยายโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคลังสินค้า ก่อสร้างโรงงานใหม่ ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงจัดตั้งบริษัทย่อยในจีนและยุโรป และเพิ่มการลงทุนในบริษัทย่อยในญี่ปุ่น คิดเป็นมูลค่าราว 4,900-5,200 ล้านบาท ที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจ ประมาณ 4,345 – 6,825 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก เพิ่มศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นตามมา





สำหรับผลดำเนินงานย้อนหลังของ ITC มีการเติบโตของรายได้และกำไรเติบโตอย่างโดดเด่น เฉลี่ย 3 ปีที่ผ่านมา (CAGR) ในอัตรา 15% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ระดับ 6.6% กว่า 1 เท่าตัว ดูได้จากผลดำเนินงานย้อนหลังปี 2562-64 บริษัทฯ มียอดขายเสมือนรวม 10,954.6 ล้านบาท 12,224.2 ล้านบาท และ 14,528.7 ล้านบาท และมีกำไรเสมือนที่ 1,694.7 ล้านบาท 2,548.4 ล้านบาท และ 2,721.0 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวมเสมือน 15,828.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรเสมือนเติบโต 74.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็น 3,725.5 ล้านบาท สาเหตุจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ และมีคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่จากลูกค้าหลักเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงเกิน 23%

 

 

โอกาสนี้ นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. หลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ ITC เปิดเผยว่า ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 660 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 22% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ ที่หุ้นละ 30-32 บาท เทียบมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ผ่านบริษัทฯ และผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นอีก 10 ราย ประกอบด้วย บมจ. หลักทรัพย์ ไอร่า (AIRA) บมจ. หลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) บมจ. หลักทรัพย์ บียอนด์ (BYD) บมจ. หลักทรัพย์ ดาโอ ประเทศไทย (DAOL) บมจ. หลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศไทย (KGI) บมจ.หลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส (ASPS) บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก (GBX) และบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ (TNITY) โดยกำหนดเปิดขายเป็น 3 ช่วง

ช่วงแรก ตั้งแต่วันที่ 22 - 24 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ เปิดขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของ บมจ. ไทยยูเนียน กรุ๊ป (TU) ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pre-Emptive Rights) ในอัตราส่วน 34.9935 หุ้นสามัญของบริษัทต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนของ ITC จำนวนไม่เกิน 132 ล้านหุ้น (คิดเป็นสัดส่วน 20% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายทั้งหมด) รวมถึงหุ้นที่จัดสรรให้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของกลุ่ม TU รวมถึงคู่ค้า และผู้มีอุปการะคุณต่อบริษัทฯ รวมกันไม่เกิน 26 ล้านหุ้น (คิดเป็น 4% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายทั้งหมด)

ช่วงที่สอง ตั้งแต่วันที่ 22 - 25 พฤศจิกายนนี้ เปิดขายให้นักลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 22 - 25 พฤศจิกายนนี้  จำนวนไม่เกิน 106 ล้านหุ้น (คิดเป็น 16.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายทั้งหมด)

และช่วงที่สาม ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคมนี้ เปิดขายให้นักลงทุนสถาบัน ระหว่างวันที่ 22 - 25 พฤศจิกายนนี้ จำนวนไม่เกิน 396 ล้านหุ้น (คิดเป็น 59.9% ของจำนวนหุ้นสามัญที่เสนอขายทั้งหมด)

โดยในระหว่างรอผลการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) ของนักลงทุนสถาบันที่จะรู้ผลปลายเดือนนี้ นักลงทุนในโควต้าของบริษัทแม่ และนักลงทุนทั่วไป จะต้องจองซื้อในราคาหุ้นละ 32 บาท และหากราคาสุดท้ายต่ำกว่านี้ จะมีการคืนเงินส่วนต่างตามมา

ทั้งนี้ การเปิดขายหุ้น IPO พร้อมเปิดฉากทันทีที่การจัดโรดโชว์ เพื่อให้นักลงทุนได้ทำความรู้จักและเข้าใจลักษณะการดำเนินธุรกิจของ ITC ตลอดจนแผนดำเนินงานในอนาคต และกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ ทั้งที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ 3 แห่ง ที่ขอนแก่น สงขลา และเชียงใหม่ เสร็จสิ้นลงไปในวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายนนี้ โดยที่ปรึกษาทางการเงิน คาดว่า หุ้นจะพร้อมเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในกลางเดือนธันวาคมนี้

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้