POLY ร้อนแรงจนติด Cash balance ทั้งที่การซื้อขายวันแรก เหนือจองเล็กน้อย

2604 จำนวนผู้เข้าชม  | 

POLY ร้อนแรงจนติด Cash balance ทั้งที่การซื้อขายวันแรก เหนือจองเล็กน้อย

การเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ บมจ. โพลีเน็ต (POLY) สร้างความตื่นเต้นแก่นักลงทุนที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายประชาชนครั้งแรก (IPO) เป็นอย่างมาก เมื่อราคาหุ้นยืนต่ำจองตลอดการซื้อขายภาคเช้า ก่อนจะมีแรงซื้อหนุนเข้ามาอย่างต่อเนื่องในภาคบ่าย ดันราคาหุ้นปิดตลาดทำจุดสูงสุดที่ 7.30 บาท สูงกว่าราคาจองที่ 6.80 บาท เพียง 50 สตางค์ คิดเป็นผลตอบแทน 7.35% 

นางกาญจนา เหลารัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร POLY ให้ความเห็นว่า การที่ราคาหุ้นยืนเหนือจอง น่าจะเกิดจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างการเติบโตได้ดีต่อเนื่อง หลังจากผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทฯ ทำกำไรเกินปีก่อนทั้งปีได้แล้ว โดยมีกำไรสุทธิ 122.5 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน 60.1% ตามรายได้รวมที่ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 48.6% มาอยู่ที่ 790.4 ล้านบาท ขับเคลื่อนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยานยนต์ ซึ่งเป็น core business มีกำไรขั้นต้นราว18.6% หรือการขยายตลาดใหม่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีกำไรขั้นต้นสูง 25% และสินค้ากลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่มีกำไรขั้นต้นสูงถึง 60% ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4 ยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง ผลักดันให้ผลประกอบการปีนี้น่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ ทั้งในแง่รายได้และกำไร

โอกาสนี้ บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล โดยจ่ายจากกำไรสะสมงวด 9 เดือนแรกปีนี้ ในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 29 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ก่อนจ่ายจริงวันที่ 13 ธันวาคมด้วย 

และเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงินส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะนำไปใช้ลงทุนขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งล่าสุด มีการเจรจากับลูกค้ารายใหม่ๆ เพิ่มเติมแล้ว และกำลังมีการศึกษาความเป็นไปได้ในหลายโครงการ เช่น ขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้วัตถุดิบยางและซิลิโคนที่มีแนวโน้มเติบโตสูง อย่างกลุ่มไฟฟ้า กลุ่มพลังงาน เพื่อสร้าง New S-Curve ทางธุรกิจ 

ในเบื้องต้น POLY กำหนดยุทธศาสตร์การเติบโตในอนาคตไว้ว่า จะปรับสมดุลของพอร์ตรายได้จาก 3  ธุรกิจปัจจุบันไว้ว่าจะต้องมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยจะลดสัดส่วนรายได้จากกลุ่มยานยนต์ให้ต่ำกว่า 50% ภายใน 1 -2 ปี โดยไม่ลดปริมาณรายได้จากการขาย และเพิ่มรายได้จากอีก 2 กลุ่มธุรกิจ ผ่านการขยายตลาด และขยายฐานลูกค้าเพิ่ม

"เราตั้งเป้าเติบโตใน 3 ปีนี้ ปีละ 25-30% ซึ่งมั่นใจว่ าจะทำได้ตามแผน จากหลายเหตุผล ประการแรก คำสั่งซื้อสินค้าส่วนใหญ่จะมีการแจ้งล่วงหน้า โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มยานยนต์ ซึ่งมีสัดส่วนโครงสร้างรายได้ปัจจุบันราว 70-80% จะมีการแจ้งล่วงหน้าถึง 2 ปี ทำให้บริษัทฯ สามารถวางแผนการผลิตได้ล่วงหน้า และหากต้นทุนวัตถุดิบมีการปรับเพิ่ม ก็สามารถปรับราคาขายได้ เฉลี่ยแล้วจะได้ผลกระทบยาวนานสุดไม่เกิน 2 เดือน อีกทั้งการขยายธุรกิจเข้าไปในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีการเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตรายได้และกำไร เห็นผลตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว ประการที่สอง บริษัทฯ ไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากรับรู้รายได้และรายจ่ายเป็นเงินบาททั้งหมด ประการสุดท้าย เงินจากการระดมทุนที่เตรียมไว้ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ถูกจัดเตรียมเอาไว้รองรับโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ ซึ่งพร้อมใช้ลงทุนทันทีที่ปิดดีลธุรกิจได้" ผู้บริหาร POLY ตอกย้ำความเชื่อมั่น  

ด้านนางสาวสุวิมล ศรีโสภาจิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ. หลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศไทย (KGI) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เสริมว่า POLY ถือเป็นหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีศักยภาพการเติบโตของกำไรที่โดดเด่น ซึ่งขับเคลื่อนจากแนวโน้มการเติบโตของรายได้ และกำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง ตลอด 2-3 ปีนี้ สังเกตได้จากบทวิเคราะห์ของฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่เป็นผู้จั ดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายทั้ง 6 ราย ให้มูลค่าพื้นฐานปีหน้าที่ 8.00-8.50 บาท

โดยฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) คาดว่า POLY จะมีการเติบโตของกำไรเฉลี่ย (CAGR) 3 ปีนี้ ( 2565-67) ที่ 23.9% แบ่งเป็นการเติบโตปีนี้ 24.6% และ 2 ปีถัดไป 33.8% และ 14.9% ตามลำดับ โดยการเติบโตหลักจะถูกผลักดันจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และลูกค้ารายใหม่กลุ่มยานยนต์ รองลงมาเป็นกลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ด้วย Product mix และการคุมรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรเติบโตสูง คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 14-16% คำนวณมูลค่าเหมาะสมได้ที่ 8.50 บาท เมื่อใช้วิธี Relative P/E ที่ 19 เท่า อิง PEG 0.6 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยกลุ่มยานยนต์ รวมถึงหุ้น EPG และ PJW ซึ่งมีธุรกิจใกล้เคียงกับ POLY มากที่สุด

ขณะที่หยวนต้า (YUANTA) ชี้ว่า POLY กําลังอยู่ในช่วงของการขยายตัวและลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการในตลาด โดยคาดผลประกอบการช่วง 3 ปีข้างหน้า กําไรเฉลี่ย CAGR (ปี 2565-2568) เติบโตที่ 18% ขณะที่กำไรปกติคาดจะเติบโตแข็งแกร่งถึง 30% CAGR ทำให้เมื่อคํานวณอิง P/E เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี และคิดน้ำหนักตามสัดส่วนรายได้ปีหน้า ประกอบด้วย 1) กลุ่มยานยนต์ ให้น้ำหนักในสัดส่วน 44% ใช้ IRC และ CPR ผู้ผลิตและจําหน่ายยางสําหรับอุตสาหกรรมเป็นตัวเทียบ 2) กลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้น้ำหนักในสัดส่วน 43% เทียบกับ TM, BIZ, WINMED และ SMD 3) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ให้น้ำหนักในสัดส่วน 13% โดยใช้ TPAC ผู้ผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์พลาสติกคงรูปสําหรับสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจําวันเป็นตัวแทน จะได้ P/E เฉลี่ย 5 ปี ที่ 16.0 เท่า และประเมินมูลค่าที่เหมาะสมได้ที่ 8.50 บาท

การออกมาให้ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงิน ทำให้เริ่มเห็นแรงเก็งกำไรกระจายตัวเข้ามา ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเริ่มต้นจากการที่ราคาหุ้นไต่ระดับขึ้นไปยืนที่ 7.90 บาท เมื่อปิดตลาดวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน ก่อนจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักลงทุนทั่วไปเป็นอย่างมาก เมื่อมีแรงซื้อโถมเข้ามาอย่างร้อนแรง กระชากราคาหุ้นให้ทะยานขึ้นต่อเนื่องทุกวัน กระทั่งทำจุดสูงสุดตั้งแต่เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ 16.80 บาท ในวันศุกร์ที่ 25  พฤศจิกายน ก่อนจะเผชิญแรงขายทำกำไรกดราคาอ่อนตัวลงมา เพราะเข้าข่ายจะติด Cash Balance ทำให้ปิดตลาด ราคาไหลลงมาที่ 15 บาท สูงกว่าจอง 54.7% และติด Cash Balance ตามคาด ตั้งแต่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม  

ซึ่งเมื่อตรวจสอบจากนักกลยุทธ์และนักวิเคราะห์หลายค่าย ก็พบว่า การที่ราคาหุ้นปรับขึ้น เกิดจากการมีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาซื้อหุ้น POLY อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนายทวีรัช ปรุงพัฒนสกุล นักลงทุนสไตล์ลงทุนหุ้นคุณค่า (VI) มีการเก็บหุ้นเข้าพอร์ตเพิ่มเป็น 20.11 ล้านหุ้น หรือ 4.47% คิดเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 4

นอกจากนี้ยังมีนายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล หรือเสี่ยปู่ นักลงทุนรายใหญ่ ถือหุ้น 5 ล้านหุ้นหรือ 1.11% เท่ากับนายธีระชัย รัตนกมลพร ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ. ดิทโต้ ประเทศไทย (DITTO)  คิดเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 6 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้