PRI ร้อนแรงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรก แต่สูงเกินปัจจัยพื้นฐานแล้วหรือยัง

2521 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PRI ร้อนแรงตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรก แต่สูงเกินปัจจัยพื้นฐานแล้วหรือยัง


การเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ บมจ. พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น (PRI) ไม่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายประชาชนครั้งแรก (IPO) แต่อย่างใด เมื่อราคาหุ้นยืนเหนือจองได้ทั้งวัน โดยหลังจากเปิดตลาดที่ 21.50 บาท สูงกว่าราคาจองที่ 15 บาท ถึง 6.50 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 43.33% มีแรงซื้อดันราคาขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 21.90 บาท ก่อนจะโดนแรงขายทำกำไรกดราคาหุ้นให้ปรับตัวลงมา แต่ก็ไม่หลุด 20.80 บาท ก่อนจะปิดภาคเช้าที่ 21.60 บาท ให้ผลตอบแทน 44%

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดตลาดภาคบ่าย เริ่มมีแรงขายกระจายตัวออกมา กดราคาหุ้นให้ปรับฐานลงมาเป็นลำดับ จนทำจุดต่ำสุดในรอบวันที่ 18.10 บาท ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง ดันราคากลับขึ้นมายืนเหนือ 19 บาท กระทั่งปิดตลาดที่ 19.20 บาท สูงกว่าราคาจอง 4.20 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 28%  ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4,516 ล้านบาท

 


 

ซี่งนายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เชื่อว่า การที่ราคาหุ้น PRI ยืนเหนือจองตลอดวัน โดยให้ผลตอบแทนต่ำสุด 20.67% มีเหตุผลจากการเป็นผู้ประกอบการรายแรกที่ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ทำให้สามารถนำเสนอบริการที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเข้าอยู่อาศัย เข้าอยู่อาศัยแล้ว และหลังการขายอสังหาริมทรัพย์ และมีการให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย (Tech Service) ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เป็นเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ และลูกค้ารายย่อยได้อย่างตรงจุด สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น

ขณะที่นางสาวจตุพร วิไลแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PRI ให้ความเชื่อมั่นเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ จะสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจต่อเนื่องอย่างแน่นอน ทั้งจากการขยายกิจการที่เกี่ยวเนื่อง การเพิ่มรูปแบบของการให้บริการ และขยายฐานลูกค้าที่นอกเหนือจากการให้บริการกลุ่ม บมจ.ออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้ (ORI) ที่เป็นบริษัทแม่ ไปยังโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วยบริการที่ครบวงจร มีเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า เพื่อให้บริการที่ดีที่สุด รวมถึงยังมีแผนควบรวมกิจการที่กำลังศึกษาอยู่อีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม หุ้น PRI กลับได้รับความสนในจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ตลอดสัปดาห์ถัดมา เมื่อมีแรงเก็งกำไรกระจายตัวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หนุนให้ราคาหุ้นรายวันแกว่งตัวไม่น้อยกว่า 1.30 บาท อีกทั้งราคาหุ้นยังทะยานทำจุดสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายที่ 25 บาท ก่อนจะมีแรงขายกดราคาให้ปรับฐานลงมา แต่ยังคงยืนเหนือ 22 บาท ซึ่งสูงเกินราคาเหมาะสมที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายสำนักคาดการณ์ไว้  

 

 

โดยหยวนต้า (YUANTA) คาดกำไรปกติปีนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 217 ล้านบาท (+95% YoY) ก่อนเพิ่มเป็น 312 ล้านบาท ในปีหน้า (+44% YoY) หนุนโดยการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจและจำนวนโครงการภายใต้การบริหารนิติบุคคลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์กำไรปีหน้าและปีถัดไป มี Upside risk เพิ่มจากการควบรวมกิจการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งคาดจะมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งแรกปีนี้ ในเบื้องต้น ประเมินมูลค่าเหมาะสมสิ้นปีหน้า ที่ 18.50 บาท อิง PER ปีหน้า ที่ 19 เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มบริการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกและในประเทศไทย

ส่วนเอเซีย พลัส (ASPS) คาดกำไรปี 2565 - 2567 ขยายตัวสูงเฉลี่ยปีละ 47% โดยจะมีกำไรเพิ่มเป็น 212 - 356 ล้านบาท ตามลำดับ จากงานบริการที่เพิ่มขึ้นในทุกส่วนธุรกิจ ตามการเปิดโครงการใหม่และโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนที่เพิ่มต่อเนื่อง หนุนด้วยการเข้าซื้อกิจการ ผลักดันการเติบโตเพิ่มเติม เห็นผลตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยให้ราคาเหมาะสมสิ้นปีหน้าที่ 18.50 บาท อิง PER 19 เท่า

สำหรับฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ประเมินมูลค่าเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปีหน้าที่ 18.30 บาท อ้างอิงจากค่าเฉลี่ย P/E ของ 5 บริษัทที่ประกอบธุรกิจแต่ละประเภทคล้ายคลึงกับ PRI มาพิจารณาร่วมกัน คิดเป็น P/E ที่ 18.6 เท่า เทียบกับคาดการณ์เติบโตของกำไรสุทธิปีหน้าและปีถัดไปเฉลี่ยที่ 29.2% CAGR

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้