ตลาดมองราคาหุ้น GUNKUL ใกล้พลิกผัน มีลุ้นผลประมูลโรงไฟฟ้า 22 มี.ค.นี้

3566 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ตลาดมองราคาหุ้น GUNKUL ใกล้พลิกผัน มีลุ้นผลประมูลโรงไฟฟ้า 22 มี.ค.นี้


หลังจาก บมจ. กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) รายงานผลดำเนินงานรอบปีที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 3,010.52 ล้านบาท เติบโต35.05% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า (YoY) ทั้งที่รายได้รวมลดลง 2.59% YoY มาอยู่ที่ 9,515.10 ล้านบาท โอกาสนี้ บริษัทฯ เตรียมจ่ายปันผลสำหรับรอบบัญชีทั้งปี เป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 26 เมษายน และกำหนดวันจ่ายปันผลวันที่ 18 พฤษภาคมนี้

พร้อมกันนั้น ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GUNKUL ออกมาเปิดเผยแผนธุรกิจปีนี้ว่า เพื่อผลักดันผลดำเนินงานให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอด 12 ปี นับตั้งแต่บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรจากทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับพลังงานและเทคโนโลยี ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและวางระบบทางด้านวิศวกรรม (EPC) อย่างไรก็ตาม หากประเมินภาพระยะสั้น เฉพาะปีนี้ คาดว่า ธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจ EPC จะเป็น 2 ธุรกิจหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 15%

 



โดยธุรกิจพลังงานทดแทน หลังจากบริษัทฯ ได้เข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียน 3 ประเภท ได้แก่ ก๊าซชีวภาพ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน และพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System- BESS) ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ขนาด 5 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกภายในวันที่ 5 เมษายนนี้ บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่า จะชนะการประมูลหลายโครงการ ส่งผลให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเพิ่มแตะ 1,000 เมกะวัตต์ (MW) ตามเป้าหมายที่บริษัทฯ ตั้งไว้ โดยได้จัดเตรียมงบลงทุนไว้แล้วกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท และยังมีความพร้อมทางการเงินเพื่อรองรับการลงทุนสูงถึง 40,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี 

สำหรับธุรกิจ EPC ซึ่งภาพรวมงานรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้ามีแนวโน้มขยายตัวสูงมากในช่วง 5 ปีนี้ ปีนี้ตั้งเป้าเข้าประมูลงานใหม่กว่า 10,000 ล้านบาท เน้นไปที่ภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อเพิ่มงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่มีอยู่กว่า 5,000 ล้านบาทให้สูงขึ้น เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป โดยพร้อมเดินหน้าผลักดันบริษัทกันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (GPD) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในไตรมาสสุดท้ายปีนี้

สำหรับความเห็นนักวิเคราะห์ เสียงส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับผลการประมูลโครงการพลังงานทดแทนขนาด 5.2 GW ของ กกพ. ว่า จะเป็นความหวังในการต่อยอดการเติบโตของบริษัทฯ หลังจากที่ลดสัดส่วนโครงการลมไป 50% และกระตุ้นให้ราคาหุ้นพลิกฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากทรุดตัวแรงจากความกังวลกรณีศาลปกครองกลาง จ.นครราชสีมา เพิกถอนโฉนดที่ดินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม

หยวนต้า (YUANTA) มองว่า ผลกระทบจากปัญหาโฉนดที่ดินจะมีค่อนข้างจำกัด เพราะยังอยู่ในช่วงขั้นตอนของการยื่นอุทธรณ์ และต้องใช้เวลาราว 3 ปีกว่าจะมีความชัดเจน ซึ่งเป็นช่วงที่โครงการหมด Adder แล้ว และมีผลกระทบต่อบริษัทฯ เพียง 20 MW ที่สำคัญ การที่กำไรปกติทำได้ดีกว่าคาด จะหนุนให้ราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัว เพราะราคาตลาดมี Upside gain จากราคาเป้าหมายที่ 5.90 บาท มากกว่า 45% อย่างไรก็ตาม ค่ายสีฟ้าแนะนำเพียงเก็งกำไร เพราะยังไม่แน่ใจภาพธุรกิจกัญชง-กัญชา โดยหากไม่รวมมูลค่าจากธุรกิจดังกล่าว ราคาเหมาะสมจะลดลงมาเหลือเพียง 4.20 – 4.40 บาท

 


 

ส่วนโนมูระ พัฒนสิน (CNS) มองว่าราคาหุ้นช่วงตอบรับเชิงลบจากประเด็นโฉนดที่ดินโรงไฟฟ้าพลังงานลมมากเกินไป โดยราคาหุ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รูดตัวลงมากถึง 0.86 บาท หรือประมาณ 17% ซึ่งมากกว่ากรณีเลวร้ายสุดที่ GUNKUL ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะมีผลต่อราคาหุ้นเพียง 0.20 บาท จากกำลังการผลิตที่กระทบแค่ 20 MW สำหรับแนวโน้มกำไรปกติปีนี้ คาดเติบโตจากปีก่อน 35% มาอยู่ที่ 1,561 ล้านบาท ฟื้นตัวจากโรงไฟฟ้าลมที่คาดแรงลมดีขึ้น และธุรกิจ EPC ที่คาดกลับมาดี และจะมีงาน EPC จากการประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรอบนี้เข้ามาเพิ่มเติม ก่อนจะกลับมาเติบโตโดดเด่นจากการที่โรงไฟฟ้าใหม่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในปีหน้า และนับรวมโรงไฟฟ้าที่เกิดจากบริษัทร่วมทุน GULF-GUNKUL ได้ 500 MW คิดเป็นราคาเป้าหมายที่ 5 บาท พร้อมแนะนำ เก็งกำไร

ขณะที่บัวหลวง (BLS) ให้ราคาเป้าหมายสูงที่สุด ที่ 6.80 บาท เพราะมั่นใจว่าแนวโน้มกำไรปีนี้ยังดูสดใส คาดขยายตัว 42% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 2,160 ล้านบาท เห็นภาพสดใสตั้งแต่ไตรมาสแรก โดยกำไรหลักมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทั้งปีต่อปี (YoY) และไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) หนุนจากค่า Ft ที่สูงขึ้น รายได้ EPC ที่น่าจะเติบโตสูงขึ้น ขณะที่รายได้จากธุรกิจกัญชง-กัญชา น่าจะกลบผลกระทบของสัดส่วนการถือหุ้นที่ลดลงในฟาร์มกังหันลม 170 MW นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนระยะสั้น หากบริษัทฯ ได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ คาดว่าจะเห็นราคาหุ้นกลับมาปรับตัวขึ้น  

อย่างไรก็ตาม เอเซียพลัส (ASPS) กลับมองต่างมุม มองว่ายังไม่ใช่จังหวะเข้าลงทุนยามนี้ จากแรงกดดันคดีความห้วยบงที่ยังอยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด แนวโน้มกําไรไตรมาสแรกที่ยังไม่สดใส รวมถึงธุรกิจกัญชง กัญชา ที่มีความเสี่ยงจากการรับรู้รายได้ที่ล่าช้า จากกลุ่มลูกค้าปลายน้ำที่อาจเลื่อนการผลิตสินค้า เนื่องจากกฎหมายในประเทศยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ปรับลดกําไรจากธุรกิจนี้ในปีนี้ และปีหน้า ลงจากเดิม 441 ล้านบาท และ 633 ล้านบาท มาเหลือเพียง 125 ล้านบาท และ 214 ล้านบาท ตามลําดับ ส่งผลให้ต้องปรับลดประมาณการกําไรปกติลง 19.6% และ 22.8% จากเดิม มาอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท และ 1.3 พันล้านบาท ตามไปด้วย ทำให้มูลค่าเหมาะสมลดลงมาอยู่ที่ 4.60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำที่สุด
 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้