1697 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. วินเนอร์ยี่ เมดิคอล (WINMED) ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องและชุดอุปกรณ์สำหรับการเก็บ การตรวจวิเคราะห์วินิจฉัย และการบำบัดรักษาทางการแพทย์ รายงานผลดำเนินงานรอบปีที่ผ่านมา มีรายได้รวม 703.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164.75 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30.58% จากปีก่อนหน้า ที่มีรายได้รวม 538.67 ล้านบาท สร้างสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่จัดตั้งบริษัทฯ สาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขอนามัยระบบเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่สูงขึ้น หนุนด้วยรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีของเซลล์และโมเลกุลที่ขยายตัวตามคำสั่งซื้อน้ำยาเพื่อใช้ในห้องปฎิบัติการเพิ่มขึ้น ประกอบกับ ยังมีรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด เช่น ชุดตรวจแอนติเจน Antigen Test Kits (ATK) ที่บริษัทฯ ได้นำมาจำหน่ายตั้งแต่ต้นปี ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ พึ่งพิงการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาทในครึ่งปีหลัง อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในช่วงครึ่งปีแรก ยังกดดันให้รายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโลหิตลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 6.96% จากปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 60.67 ล้านบาท
กระนั้น บริษัทฯ พร้อมจ่ายปันผลจากกำไรสะสม ในอัตราหุ้นละ 0.0569 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 20 มีนาคม และกำหนดวันจ่ายปันผลวันที่ 19 พฤษภาคมนี้
โอกาสนี้ นายนันทิยะ ดารกานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WINMED ชี้แจงแผนธุรกิจปีนี้ด้วยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 30-40% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากการเติบโตของกลุ่มสินค้าเดิม ที่ได้แรงหนุนจากความตื่นตัวด้านสุขภาพและหันมาใส่ใจตรวจรักษากันมากขึ้น ทำให้จำนวนผู้เข้ารับการตรวจรักษา และวินิจฉัยโรค ในโรงพยาบาลต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่อีกหลายรายการ โดยกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และขยายฐานรายได้ใหม่ๆ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการปรับกลยุทธ์การทำตลาดสินค้าเรือธง ชุดตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรงในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะด้านโซเชียลออนไลน์ รวมถึงเตรียมลงทุนในโครงการส่วนต่อขยายจากห้องแล็บแบบครบวงจร เพื่อต่อยอดรายได้จากธุรกิจเดิม คาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 3 ช่วยขับเคลื่อนให้ผลดำเนินงานปีนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และโดดเด่นกว่าปีที่ผ่านมา