ITEL ช่วงเวลาดีในการเก็บหุ้น พื้นฐานแน่น ราคาถูก

4385 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ITEL ช่วงเวลาดีในการเก็บหุ้น พื้นฐานแน่น ราคาถูก



บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL) ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกที่มีความเสถียรสูงสุดทั่วประเทศไทย รายงานผลดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ว่า มีรายได้รวม 556.38 ล้านบาท ลดลง 6.21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่กลับทำกำไรสุทธิได้เพิ่มขึ้น 5.82% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็น 58.48 ล้านบาท สาเหตุจากบริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยรวมทุกธุรกิจปรับเพิ่มขึ้นเป็น 27% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 22% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทฯ ตั้งเป้าบริหารอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยรวมทุกธุรกิจทั้งปีให้ได้ 22-25%

โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจให้บริการโครงข่าย 312.31 ล้านบาท ธุรกิจให้บริการติดตั้งโครงข่าย 207.67 ล้านบาท และธุรกิจให้บริการพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์ 23.90 ล้านบาท

โอกาสนี้ นายณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITEL เปิดเผยภาพรวมธุรกิจไตรมาส 2 ด้วยว่า น่าจะเห็นการเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ทั้งจากการได้รับงานใหม่เพิ่ม อย่างงานวางระบบโครงข่าย ระบบเคเบิลใยแก้วนำแสง และอุปกรณ์ประกอบระบบพร้อมติดตั้ง ตามโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมทหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 พื้นที่ จ.กาญจนบุรี มูลค่า 39.5 ล้านบาท และการเข้าประมูลงานโครงการภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่ารวม 600-700 ล้านบาท เพื่อเพิ่มงานในมือ (Backlog) สร้างการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังจะทยอยรับรู้รายได้จากสัญญาในมือ (Contract on Hand) มูลค่ารวม 3,155 ล้านบาท กำหนดรับรู้รายได้ในปีนี้ 1,603 ล้านบาท  

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการลงทุนธุรกิจศูนย์สำรองข้อมูล (Data Center) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการได้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยเตรียมเปิดเส้นทางใหม่สำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถวางเส้นใยแก้วนำแสงของตนเองลงใน ETIX Bangkok #1 ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้การรับส่งข้อมูลทำได้รวดเร็วมากขึ้น คาดจะพร้อมเปิดใช้งานในไตรมาส 3 รวมถึงมีการลงนามความร่วมมือกับอีกหนึ่งพันธมิตรระดับโลกจากออสเตรเลีย Edge Centres จัดตั้ง Data Center แห่งแรกในไทย ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ในชื่อ EC61 (E-C-Sixty-One) ซึ่งเป็นศูนย์สำรองข้อมูลแบบไฮเปอร์สเกล ที่ออกแบบ สร้าง โดยใช้นวัตกรรมใหม่ที่พึ่งพิงพลังงานจากสาธารณูปโภคน้อยที่สุด และจัดส่งโดยใช้เทคโนโลยี 5G ล้ำสมัย เพื่อให้สามารถประมวลผลได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ เพื่อผลักดันการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง

 

 

ประการสำคัญ บริษัทฯ ยังเดินหน้าให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมกับขยายบริการเพิ่มเติม เช่น งาน Drone & Anti-Drone หรืองาน Smart CCTV โดยอาศัยจุดแข็งจากโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพ และเสถียรภาพของโครงข่ายที่เหนือระดับ ช่วยให้มีศักยภาพการแข่งขันเหนือคู่แข่งในตลาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้า ทำให้เชื่อมั่นว่าผลงานโดยรวมปีนี้จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ (All Time High) แตะ 3,700 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

เป้าหมาย All Time High ได้รับการขานรับจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายสำนักว่า มีความเป็นไปได้สูง

โดยค่ายกรุงศรี พัฒนสิน (CNS) บอกว่า ประเมินรายได้ ITEL ทั้งปีที่ 3,600 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจให้บริการติดตั้งโครงข่าย 1,900 ล้านบาท และธุรกิจให้บริการโครงข่าย รวมธุรกิจให้บริการ Data Center รวมกัน 1,700 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าบริษัทฯ จะทำกำไรได้ดีขึ้นทั้งรายไตรมาส (QoQ) และรายปี (YoY) ตั้งแต่ไตรมาส 2 ก่อนจะเติบโตโดดเด่นในครึ่งปีหลัง ตามการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น การได้ประโยชน์จากการใช้งานเพิ่มขึ้นของธุรกิจ Data service และการได้งานให้บริการติดตั้งโครงข่ายที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น ส่งผลให้คาดกำไรสุทธิทั้งปีที่ 310 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 23% คิดเป็นราคาเหมาะสมที่ 5.30 บาท

ส่วนดาโอ (DAOL) เสริมว่า ในเบื้องต้น คาดแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 2 เติบโตสูงขึ้นจากไตรมาสแรก จากการรับรู้รายได้งานให้บริการติดตั้งโครงข่ายที่มีอัตรากำไรขั้นต้นมากขึ้น ก่อนเห็นภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง จากการรับงานใหม่ที่บริษัทฯ เตรียมเข้าประมูลไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท และการรับรู้รายได้จากสัญญาในมือ 1,603 ล้านบาท โดยเมื่อตั้งสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ 19% ทำให้ประเมินกำไรปกติทั้งปีที่ 316 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 21%  

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน การที่ราคาหุ้น underperform ตลาดกว่า 44% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจาก negative sentiment ที่มีต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีว่าจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้คาดว่า หากตลาดเริ่มหันมาให้ความสนใจการเข้าสู่ Digital economy ในไทย ราคาหุ้นมีโอกาสกลับไป Outperform ได้ เพราะราคาหุ้นล่าสุดซื้อขายที่ PER 14 เท่า อยู่ในระดับ -1SD ซึ่งเป็นกรอบล่างของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ถือเป็นระดับที่ถูกมาก จึงทำให้ upside เปิดกว้างจากราคาเหมาะสมที่ 5.50 บาท อิง PER 30 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี จึงสามารถทยอยซื้อสะสม เพื่อรอการฟื้นตัวได้

ด้านฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ชี้ประเด็นว่า กำไรไตรมาสแรกคิดเป็นเพียง 18% ของประมาณการเต็มปี เนื่องจากปกติไตรมาสแรกจะเป็นฤดูที่ซบเซาที่สุดของ ITEL ในเบื้องต้น ยังคงประมาณการกำไรปกติทั้งปีที่ 315 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 20% ตามเดิม คิดเป็นราคาเหมาะสมที่ 4.50 บาท อิง P/E ที่ 20 เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง เพราะตั้งสมมติฐานอัตรากำไรปกติที่ 8.8% ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่ผู้บริหารตั้งไว้เป็นเลขสองหลัก ยิ่งราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี ที่ระดับ P/E เพียง 13.6 เท่า เทียบเท่า EV/EBITDA ที่ -1.3SD ของค่า P/E จึงแนะนำ "ซื้อ”

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้