4145 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวเดือนพรรณ ลีลาวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ. แพทย์รังสิต เฮลท์แคร์กรุ๊ป (PHG) เปิดเผยว่า ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 54 ล้านหุ้น คิดเป็น 18% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด ที่ราคาพาร์ หุ้นละ 1 บาท และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หมวดธุรกิจการแพทย์ ภายในปีนี้
ทั้งนี้ PHG เป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์ภายใต้โรงพยาบาลจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต สามารถรองรับคนไข้จากกรุงเทพตอนเหนือ ปทุมธานี และจังหวัดใกล้เคียง โดยให้บริการทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป กลุ่มลูกค้าภายใต้สวัสดิการภาครัฐ และกลุ่มชาวต่างชาติ ด้วยจำนวนเตียงให้บริการรวม 270 เตียง แบ่งเป็นโรงพยาบาลแพทย์รังสิต โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต จำนวน 155 เตียง 59 เตียง และ 56 เตียง ตามลำดับ

สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนใช้เงินลงทุนรองรับแผนงานช่วงปี 2566-2569 ประกอบด้วย การลงทุนโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ที่ 1 และอาคารที่จอดรถ รวมถึงซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ภายในปี 2567 ตลอดจนเดินหน้าลงทุนโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ที่ 2 ภายในปี 2569 และจัดสรรเงินทุนบางส่วนไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจปีนี้ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
ส่วนนายรณชิต แย้มสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PHG ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต มีประสบการณ์ในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนนานกว่า 36 ปี ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางกว่า 30 สาขา สามารถให้บริการกับผู้ป่วยได้ทุกกลุ่ม อีกทั้งมีจุดแข็งด้านศูนย์หัวใจ 24 ชั่วโมง ซึ่งมีศักยภาพในการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด (Open Heart Surgery) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านการทำหัตถการรักษาหลอดเลือดโคโรนารีผ่านสายสวนระดับ 1 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียวใน สปสช. เขต 4 ซึ่งประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี และนครนายก นอกจากนี้ ยังมีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคเฉพาะทางสำหรับแม่และเด็ก รวมถึงการให้บริการเกี่ยวกับโรคผู้สูงอายุ และโรคทางนรีเวช
ซึ่งการเข้าระดมทุนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพการทำธุรกิจ ที่เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาระดับสากล มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาด้านนวัตกรรม และกระบวนการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจและความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม

สำหรับผลดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2563-65) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเร่งตัวจาก 104.64 ล้านบาท ในปี 2563 เป็น 317.48 ในปี 2564 ก่อนหดตัวเล็กน้อยเป็น 293.10 ล้านบาท ในปี 2565 เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดคลายตัว ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 44.55 ล้านบาท