ถึงเวลา PJW กลับเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่

3425 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ถึงเวลา PJW กลับเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่


นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW) เปิดเผยภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังว่า มีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง เนื่องจากภาครัฐเดินหน้านโยบายเปิดเมืองเต็มรูปแบบรวมถึงประเทศจีนเปิดประเทศได้เร็วกว่าที่คาดไว้ ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวชัดเจน ส่งผลให้ยอดขายบรรจุภัณฑ์พลาสติก ทั้งน้ำมันหล่อลื่น และนม กลับมาเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์ฟื้นตัวตามการเปิดตัวโมเดลรถรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง หลังจากถูกเลื่อนออกมาจากสถานการณ์เซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลนในช่วงก่อนหน้านี้ ผลักดันให้บริษัทฯ มีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ยาวไปถึงปี 2568 แล้ว 

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้าง  New S-curve ผลักดันการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะต่อไป โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จากพลาสติก ซึ่งเป็นสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นสูง คาดจะเริ่มผลิตภายในปีนี้ พร้อมหาโอกาสใหม่ๆ จากการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะด้านผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จากพลาสติก อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

โดยเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ บริษัทฯ เตรียมงบลงทุนไว้ 300 ล้านบาท เน้นลงทุนเพิ่มสายการผลิตในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ปัจจุบันกำลังกลับมาฟื้นตัว และเพิ่มสายการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จากพลาสติก รวมถึงลงทุนเรื่องของระบบออโตเมชัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักร ในธุรกิจลอนดรี้ ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรในภาวะที่ต้นทุนการผลิต ทั้งค่าแรงและค่าพลังงาน รวมไปถึงอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ไม่ต่ำกว่า 16% และหนุนให้รายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ตามเป้าหมายที่วางไว้

ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังคงเดินหน้าที่จะเพิ่มช่องทางสร้างรายได้จากการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้าง New S-curve ผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระะยะกลางถึงยาว

เป้าหมายของผู้บริหาร PJW ได้รับการตีความจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ค่ายโกลเบล็ก (GBX) ว่า ถึงเวลาที่ PJW จะกลับเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ จาก 2 เหตุผล ประการแรก ธุรกิจฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดชัดเจนแล้ว สะท้อนผ่านอัตรากำไรขั้นต้นงวดไตรมาสแรกปีนี้ที่ฟื้นตัวชัดเจน จาก 16.3% ในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน (QoQ) และ 17.7% ในไตรมาสแรกปีก่อน (YoY) ขึ้นมาเป็น 18.5% หนุนให้กำไรไตรมาสแรกฟื้นตัวโดดเด่น ประการที่สอง การฟื้นตัวของธุรกิจหลัก และธุรกิจเสริม รวมถึง Catalyst จากการสร้าง New S-curve ใหม่ ทำให้คาดจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรปีนี้เติบโตก้าวกระโดด 125.39% จาก 83.5 ล้านบาท ในปีก่อน มาเป็น 188.2 ล้านบาท ก่อนเร่งตัวเพิ่มเป็น 220.9 ล้านบาท ในปีหน้า ส่งผลให้ประเมินราคาเหมาะสมปีนี้ที่ 7 บาท อิง PER เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ระดับ 21 เท่า


Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้