1548 จำนวนผู้เข้าชม |
นายวรนันท์ ถาวรนันท์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. หลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด (KFS) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของ บมจ. ไทยพาร์เซิล (TPL) เปิดเผยว่า การเปิดให้ จองซื้อหุ้น IPO จำนวน 120 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 22.90% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษั ทฯ ในราคาหุ้นละ 3.30 บาท ระหว่ างวันที่ 22-23 และ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างคึกคัก เพราะเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจ จากการพัฒนาธุรกิจจากจุดเริ่มต้น ในการเป็นผู้ให้บริการขนส่ง มาสู่ธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีความแตกต่างจากผู้ประกอบการทั่วไปอย่างเด่นชัดสามารถก้าวผ่านวิกฤติเศรษฐกิจได้ทุกครั้ง สะท้อนผ่านการรักษาความสามารถในการทำกำไรได้เป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากเข้าระดมทุนครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพฐานทุนและโอกาสในการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้น ผลักดันการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต และสร้ างผลตอบแทนที่ดีในระดับ High Growth ต่อผู้ถือหุ้น
ด้านนายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน TPL เสริมว่า มีความเชื่อมั่นว่า TPL จะเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ mai ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้น่าประทับใจให้กับนักลงทุน จากพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งฐานะการเงินที่มั่นคงแข็งแรง รวมถึงจุดแข็งจากฐานลูกค้าที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง B2B B2C และ C2C และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนส่งและระบบสารสนเทศ เพื่อรองรับการเป็น Data Driven Organization ในระยะยาว
ขณะที่นายภัทรลาภ ทวีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPL ย้ำว่า การระดมทุนครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ กลายเป็นหุ้น High Growth จากการมีเงินทุนเพิ่มศักยภาพการจัดส่ง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนสนับสนุนความสามารถทำกำไรให้สูงขึ้น ผ่านแผนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนสร้างศูนย์คัดแยกและกระจายสินค้าระดับภูมิภาค (Regional Hub) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกและกระจายสินค้า การเพิ่มจุดให้บริการ (Drop Point) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการใช้บริการ
รวมถึงการลงทุนเพิ่มกองยานพาหนะ ทั้งรถบรรทุก 10 ล้อ และ 6 ล้อ สำหรับการขนส่งในเส้นทางระหว่างภูมิภาค (Line Haul) เป็นหลัก และรถกระบะ 4 ล้อ สำหรับการกระจายสินค้าสู่ผู้รับปลายทาง เพื่อให้ให้บริการได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ตลอดจนเริ่มนำรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้ามาใช้ภายในปีนี้ทันที โดยเริ่มจากเส้นทางเขตภาคกลางและภาคตะวันออก เพื่อก้าวสู่การขนส่งด้วยระบบ Green logistics ช่วยผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการต้นทุน สนับสนุนฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการรักษาอัตราหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 0.5 เท่า เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นในระดับที่ดีในระยะยาว เพราะบริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ