5357 จำนวนผู้เข้าชม |
นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ. แนท แอบโซลูท เทคโนโลยีส์ (NAT) เปิดเผยว่า ได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรกต่อประชาชนเป็นครั้่งแรก (IPO) พร้อมแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ หรือแบบไฟลิ่ง (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และยื่นคำขอให้รับหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา
ด้านนางสาวมธุรส สาราณียะธรรม กรรมการผู้จัดการ APM กล่าวเสริมว่า NAT มีแผนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) ด้วยการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 92 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 28.05% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 50 สตางค์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Infratech งานโครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ขณะที่นายสุธี อภิชนรัตนกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NAT ชี้แจงวัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ว่า บริษัทฯ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับการขยายกิจการ และการรับงานโครงการต่างๆ ด้าน Infratech เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น งานระบบโครงสร้างพื้นฐานไอที (IT Infrastructure Solution) งานระบบเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐาน (Network Infrastructure Solution) งานระบบคลาวด์ (Cloud Solution) งานระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security Solution) งานระบบศูนย์ข้อมูล (Data Center Solution) หรืองานระบบการติดต่อสื่อสารแบบครบวงจร (Digital Collaboration Solution)

สำหรับจุดแข็งของ NAT อยู่ที่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อย่าง Dell Technologies ที่เป็นผู้นำด้านโซลูชั่น (Solution Provider) ในระดับ Titanium Partner ซึ่งเป็นระดับพันธมิตรทางธุรกิจขั้นสูงสุด Genesys ผู้นำด้าน Customer Experience แบบ Omnichannel และผู้ให้บริการ Cloud Contact Center ระดับโลก รวมถึง Radware ผู้นำด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ด้วยเทคโนโลยี DDoS Protection และ Vmware ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และให้บริการด้านระบบคลาวด์ ทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน มาตลอด 19 ปี
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการขยายช่องทางทำธุรกิจ มาให้บริการเจ้าหน้าที่ไอที (IT Outsourcing) และให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น การให้บริการเดินสายระบบเน็ตเวิร์ค (Cabling System) การให้บริการเช่าเครื่องพิมพ์เอกสาร เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค
สำหรับสัดส่วนรายได้หลัก มาจากธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์พร้อมติดตั้ง และรับเหมาวางระบบที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมากถึง 97% ขณะที่ธุรกิจให้บริการเจ้าหน้าที่ไอที และให้บริการอื่นๆ มีสัดส่วนรายได้รวมกันเกือบ 3% โดยฐานลูกค้าหลักเป็นหน่วยงานภาครัฐ ในสัดส่วน 85% และภาคเอกชนราว 15%

ขณะที่แผนงานปีนี้ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าส่งมอบโซลูชั่นที่ดีที่สุด เพื่อช่วยขับเคลื่อนให้ลูกค้าสามารถทำธุรกิจได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ สอดรับกับกระแส Digital Transformation พร้อมกับมุ่งขยายการพัฒนาโซลูชั่น โดยเฉพาะความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ที่มีแนวโน้มความต้องการจากลูกค้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้ตอบความต้องการของลูกค้าเดิม และลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย กลุ่มโรงพยาบาล และพลังงาน เพื่อผลักดันให้รายได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้