4608 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) ประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีนี้ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,451 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจเช่าและบริการ 333 ล้านบาท ธุรกิจโซลาร์ 65 ล้านบาท และรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ 2,053 ล้านบาท มาจากการรับรู้รายได้โครงการร่วมทุน 1,529 ล้านบาท และโครงการที่ไม่ได้ร่วมทุน 524 ล้านบาท (โครงการของ SENA 377 ล้านบาท และ SENX 147 ล้านบาท) โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นธุรกิจหลักเติบโต 97% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ และกำไรสุทธิรวมกลับลดลงราว 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) มาอยู่ที่ 127 ล้านบาท และ 148 ล้านบาท ตามลำดับ สาเหตุจากต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 34% YoY ตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น
สำหรับผลดำเนินงานงวดครึ่งแรกปีนี้ กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 239 ล้านบาท ลดลง 61% YoY เนื่องจากในปีก่อนมีกำไรพิเศษจากการต่อรองราคาในการซื้อบริษัทย่อย บมจ. เซ็น เอ็กซ์ (SENX) และมีการปรับสัญญาว่าจ้างบริหารโครงการ รวมถึงการรับรู้รายการขายทรัพย์สินของบริษัทย่อย แต่เมื่อหักกำไรพิเศษ กำไรสุทธิงวดครึ่งแรกปีนี้จะอยู่ที่ 302 ล้านบาท ลดลง 21% YoY ซึ่งเกิดจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ที่ 213 ล้านบาท
ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 4,427 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจเช่าและบริการ 623 ล้านบาท ธุรกิจโซลาร์ 77 ล้านบาท และรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ 3,840 ล้านบาท มาจากการรับรู้รายได้ในโครงการที่ไม่ได้ร่วมทุน 1,111 ล้านบาท และโครงการร่วมทุน 2,729 ล้านบาท ขณะที่ยอดขาย (Presale) อยู่ที่ 5,383 ล้านบาท มาจากยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในโครงการที่ไม่ได้ร่วมทุน 1,352 ล้านบาท และโครงการร่วมทุน 3,521 ล้านบาท
โอกาสนี้ นางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้อำนวยการฝ่ายจัดสรรเงินทุนและการลงทุน SENA ได้ชี้แจงภาพรวมการทำธุรกิจในครึ่งปีหลังว่า มีทิศทางสดใสกว่าครึ่งปีแรก จากหลายสาเหตุ ประการแรก กลุ่ม SENA มีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ดูได้จากอัตรากำไรขั้นต้นงวดไตรมาส 2 ที่ปรับเพิ่มจาก 26% ในช่วงเดียวกันปีก่อน ขึ้นมาอยู่ที่ 34% เช่นเดียวกับอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงวดครึ่งปีแรก ที่เพิ่มจาก 32% ขึ้นมาเป็น 34%
ประการที่สอง SENA ยังมียอดขายอสังหาริมทรัพย์รอรับรู้รายได้ (Backlog) ล่าสุดสิ้นเดือนกรกฎาคม สูงถึง 6,879 ล้านบาท มาจากโครงการที่ไม่ได้ร่วมทุน 868 ล้านบาท และโครงการร่วมทุน 6,010 ล้านบาท พร้อมทั้งเตรียมโอนกรรมสิทธิ์ในครึ่งปีหลังอีก 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการเฟล็กซี่ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ โครงการเสนาคิทท์ 3 ทำเล ที่เวสต์เกต-บางบัวทอง 2, บีทีเอส สะพานใหม่ และรัตนาธิเบศร์–บางบัวทอง
นอกจากนี้ ยังมีสินค้าคงเหลือสะสมรวม 27,224 ล้านบาท ซึ่งเมื่อคิดรวมโครงการที่จะพัฒนาใหม่ๆ โดยมุ่งเน้นไปที่การนำแนวคิด SMART CITY มาพัฒนาเป็นคอนโดมีเนียม Low-Carbon ซึ่งได้เริ่มพัฒนาสินค้าและทยอยเปิดขายตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป ทำให้มั่นใจได้ว่า จะมีแรงผลักดันการสร้างรายได้ในครึ่งปีหลัง และต่อยอดการเติบโตในอนาคต

และประการสุดท้าย การกำหนดยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการขยายธุรกิจใหม่ให้ครอบคลุมผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทั้งธุรกิจบริการบริหารนิติบุคคล ธุรกิจบริการสินเชื่อ ธุรกิจขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย ธุรกิจคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจพลังงานสะอาด และธุรกิจปลูกป่า เพื่อให้ SENA เป็นมากกว่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ยังจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้อย่างก้าวกระโดด
ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เชื่อมั่นว่า แนวโน้มกำไรในครึ่งปีหลังจะสดใสขึ้นกว่าครึ่งปีแรก และสามารถจ่ายผลตอบแทนที่ดี และคุ้มค่าคืนกลับให้ผู้ถือหุ้น หลังจากกลุ่มบริษัทฯ ขอยกเว้นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของกระแสเงินสดให้สอดรับกับความเสี่ยงจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง เพื่อพิจารณาจ่ายปันผลสำหรับงวดสิ้นปีทีเดียว