4408 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาววีรยา ศรีวัฒนะ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ประเทศไทย (CGS-CIMBS) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ.พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ (PSP) เปิดเผยว่าพร้อมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 350 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ที่ราคาหุ้นละ 6.20 บาท จากราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคมนี้ ผ่านบริษัทฯ และ บมจ. หลักทรัพย์ กสิกรไทย (KS) ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นร่วม และผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 4 ราย ได้แก่ บมจ. หลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) บมจ. หลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน ประเทศไทย (UOBKH) บมจ. หลักทรัพย์ บียอนด์ (BYD) และบริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ (SBITO) คาดว่าจะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 30 สิงหาคมนี้
ทั้งนี้ การกำหนดราคา IPO ที่ 6.20 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) ประมาณ 24.1 เท่า เมื่อคำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทฯ ใหญ่ ช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด ถือเป็นราคาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตผลิตภัณฑ์หล่อลื่นอิสระรายใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ที่มีการผลิตและให้บริการครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) ของอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันหล่อลื่น และมีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สอดรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งบริษัทฯ ยังบริหารจัดการด้านการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ให้เห็นศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาว
ขณะที่นายกันย์ โชติภักดีตระกูล ผู้บริหารฝ่ายวาณิชธนกิจ บมจ. หลักทรัพย์กสิกรไทย (KS) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม เสริมว่า การที่บริษัทฯ มีแผนสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทำให้มีการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์อุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนในธุรกิจให้บริการกำจัดและรีไซเคิลสารเคมีใช้แล้ว ให้นำกลับมาใช้ใหม่เป็นรายแรกของประเทศ ผ่านบริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริง รองรับกระแส ESG และการลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้า เช่น น้ำยาหล่อเย็นแบตเตอรี่ น้ำมันเกียร์ จาระบี รวมถึงน้ำมันหม้อแปลงชีวภาพ (Bio Transformer Oil) สำหรับหม้อแปลงไฟฟ้า และพัฒนาจาระบีและน้ำมันหล่อลื่นสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร
ขณะเดียวกัน การนำเงินจากการระดมทุนไปใช้ลงทุนเครื่องจักร และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตให้สูงขึ้น อีกส่วนหนึ่งนำไปชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงินจากซื้อกิจการ U.C. Marketing ช่วงก่อนหน้านี้ จะช่วยให้ฐานะทางการเงินเข้มแข็งขึ้น สร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่นมากขึ้น

ส่วนนายสินธุ์ ครองพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PSP ให้คำมั่นว่า พร้อมนำประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจกว่า 30 ปี และจุดแข็งจากการมีฐานการผลิตขนาดใหญ่ รวมถึงองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เสริมด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายสารเติมแต่ง และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องหลายแบรนด์ ผ่าน U.C. Marketing และการให้บริการอย่างครบวงจร ทำให้บริษัทฯ สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตอบความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เพื่อขยายช่องทางรายได้ ควบคู่ไปกับบริหารพอร์ตรายได้ให้มีการกระจายตัวมากขึ้น บริษัทฯ พร้อมรุกขยายตลาดภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูงหลายประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายต่างประเทศเพิ่มจาก 17% เป็น 25% ของรายได้รวม ภายในปี 2569
และเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์มาเน้นเพิ่มสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรและการเติบโตสูงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ พร้อมกับเริ่มเดินหน้าสู่ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม (New S-curve) มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
สำหรับผลดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมา PSP มีการเติบโตของรายได้เฉลี่ยปีละ 32.1% จาก 7,566.7 ล้านบาท ในปี 2563 เพิ่มเป็น 10,783.7 ล้านบาท ในปี 2564 และ 13,204.4 ล้านบาท ในปี 2565 ขณะที่กำไรสุทธิขยายตัวจาก 387.3 ล้านบาท ในปี 2563 มาอยู่ที่ 547.6 ล้านบาท ในปี 2564 ก่อนจะทรงตัวที่ 546.4 ล้านบาท ในปี 2565