SAFE เคาะราคา IPO 21 บาท เปิดจอง 25-27 ต.ค. ก่อนเข้าซื้อขายวันแรก 2 พ.ย. นี้

5521 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SAFE เคาะราคา IPO 21 บาท เปิดจอง 25-27 ต.ค. ก่อนเข้าซื้อขายวันแรก 2 พ.ย. นี้


นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. หลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ. เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) ผู้ให้บริการด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก ด้วยเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ทางการแพทย์อย่างครบวงจร เปิดเผยว่า พร้อมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 76.748 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25.25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาหุ้นละ 21 บาท ระหว่างวันที่ 25 – 27 ตุลาคมนี้ ผ่านบริษัทฯ และผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย อีก 3 ราย ประกอบด้วย บมจ. หลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) บมจ. หลักทรัพย์ เคจีไอ ประเทศไทย (KGI) และ บมจ. หลักทรัพย์กรุงศรี (KSS) คาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 2 พฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้ การตั้งราคา IPO ที่หุ้นละ 21 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ 35 เท่า เมื่อคำนวณจากกำไรสุทธิของบริษัทฯ ช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด นับจากวันที่ 1 กรกฎาคมปีที่แล้ว ถึงวันที่ 30 มิถุนายนปีนี้ ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก และด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน และเวลเนสในภูมิภาคเอเชีย

สำหรับจุดเด่นของ SAFE อยู่ที่การเป็นศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ให้คำแนะนำและคำปรึกษาตลอดจนให้การรักษาแก่ผู้ที่มีบุตรยาก และแช่แข็งไข่ โดยมีทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น สถาบัน RTAC จากออสเตรเลีย หรือ UK NEQAS จากอังกฤษ ภายใต้การดูแลส่วนบุคคล (personal assistant) ที่มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการแก่ผู้มีบุตรยากมากกว่า 15 ปี ช่วยให้อัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์โดยเฉลี่ยสูงถึง 75% เป็นที่รู้จักของลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ ในสัดส่วน 54% และ 46% ผลักดันให้ผลดำเนินงานมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านรายได้และกำไร

 

 

โดยรายได้ 3 ปีล่าสุด (ปี 2563-65) เร่งตัวจาก 529.77 ล้านบาท เป็น 561.96 ล้านบาท และ 729.32 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรขยายตัวจาก 42.16 ล้านบาท เป็น 78.23 ล้านบาท และ 161.73 ล้านบาท ตามลำดับ  สำหรับผลดำเนินงานครึ่งแรกปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้ 409.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากครึ่งแรกปีก่อน 9.43% ขณะที่กำไรลดลงเลกน้อยจากครึ่งแรกปีก่อน 3.89% มาอยู่ที่ 87.48 ล้านบาท สาเหตุจากมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงในระดับ 55% ได้อย่างต่อเนื่อง และควบคุมอัตรากำไรสุทธิให้สูงเกิน 21%

ขณะที่การเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจได้อีกมาก จากการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนขยายสาขา  และให้บริการด้านห้องปฏิบัติการ 200 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต ด้วยการซื้อกิจการ 300 ล้านบาท ที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจตามแผนงานที่บริษัทฯ วางไว้

ด้าน นพ. วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) ชี้แจงว่า กลุ่มบริษัทฯ ให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธีปฏิสนธิแบบเจาะจง (ICSI) ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน และวิธีฉีดน้ำเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI) การย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูก บริการแช่แข็งเก็บรักษาเซลล์ไข่ อสุจิ และตัวอ่อน รวมถึงการเก็บอสุจิและคัดอสุจิด้วยวิธีที่ทันสมัย ผ่านสาขา 5 แห่ง ได้แก่ สาขาอัมรินทร์ พลาซ่า, รามอินทรา, ภูเก็ต ขอนแก่น และศรีราชา โดยดำเนินการผ่านบริษัทฯ และบริษัทย่อยอีก 2 แห่ง คือ บริษัท เน็ก เจนเนอร์เรชั่น จีโนมิค (NGG) ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนและทารกในครรภ์ และให้บริการด้านห้องปฏิบัติการทางด้านพันธุศาสตร์ต่างๆ และเริ่มขยายธุรกิจสู่การให้บริการด้านผิวหนังและความงามภายใต้ชื่อ เดอะ ฟาวเทน เวลเนส เซ็นเตอร์ อย่างครบวงจร ตั้งแต่ก่อนและหลังคลอดบุตร บริษัท เซฟ เวลเนส (SWC) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

 



สำหรับการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถก้าวขึ้นสู่ผู้นำด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก และด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน และเวลเนส ในภูมิภาคเอเชีย เพราะบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์เพื่อสร้างความสำเร็จไว้ล่วงหน้าแล้ว ประการแรก ขยายศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตรและห้องปฏิบัติการเจริญพันธุ์ ไปยังโรงพยาบาลพันธมิตรที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในสถานพยาบาลคู่ค้า ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทั้งในรูปแบบพันธมิตรทางการค้า การร่วมลงทุน รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ ประการที่สอง เลือกใช้เทคโนโลยีในการรักษาที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ พร้อมกับพัฒนาบุคลากรเพื่อให้บริการได้อย่างประทับใจ ประการที่สาม สร้างแบรนด์ SAFE FERTILITY ให้เป็นที่รู้จัก ในฐานะผู้นำด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก และด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศในเชิงรุกมากขึ้น ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ และประการสุดท้าย การสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ด้วยการขยายไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเพิ่มรายได้และกำไร ซึ่งจะขับเคลื่อนให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและแข็งแกร่งให้กับผู้ถือหุ้น

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้