5602 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 8.15 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และ 14% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ดีกว่าตลาดคาด หนุนจากกำไรจากการขายหุ้น 33% ใน Rabbit Line Pay แต่หากตัดรายการดังกล่าว รวมถึงกำไรพิเศษอื่น บริษัทฯ จะมีกำไรปกติที่ 7.59 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY และ 6% QoQ ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น 2.9% YoY และ 0.5% QoQ หลักๆ มาจากธุรกิจอินเตอร์เน็ตบ้าน (FBB) ที่เพิ่มขึ้น 18.9% YoY และ 5.7% QoQ ตามฐานสมาชิกที่มากขึ้น หนุนด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น และการได้ประโยชน์จากต้นทุนค่าสาธารณูปโภคที่ลดลง ขณะที่รายได้จากธุรกิจมือถือยังทรงตัว เพราะเติบโต 0.7% YoY แต่ลดลง 0.6% QoQ ขณะที่รายได้ต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) เพิ่มขึ้น 1.9% YoY และ 1.4% QoQ ส่งผลให้กำไรปกติงวด 9 เดือนปีนี้ ขยายตัว 11% YoY มาอยู่ที่ 2.14 หมื่นล้านบาท
สำหรับไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ซึ่งถือเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้บริโภคมีการใช้งานมือถือสูง ประกอบกับกับเป็นไตรมาสที่จะรับรู้รายได้จากยอดขายโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดตัวเต็มไตรมาส ทำให้นักวิเคราะห์มองมุมบวกว่า น่าจะเห็นรายได้และกำไรไต่ระดับขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบปี
นอกจากนี้ การที่สถานการณ์การแข่งขันทั้งในธุรกิจมือถือและอินเตอร์เน็ตบ้านรุนแรงน้อยลง อีกทั้งมีความเป็นไปได้สูงที่ กสทช. จะอนุมัติแผนซื้อกิจการ 3BB และ JASIF ภายในปีนี้ ทำให้ ADVANC กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในธุรกิจอินเตอร์เน็ตบ้าน พร้อมกับเปิดโอกาสให้ขยายบริการไปยังพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึงได้อีกด้วย รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า ช่วยผลักดันการเติบโตของกำไรปีหน้า

ซึ่งเมื่อรวบรวมความเห็นจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 15 ค่าย พบว่า ให้ราคาเป้าหมายปีหน้าเฉลี่ยที่ 255 บาท โดยยังไม่ได้คิดรวม Upside เพิ่มจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการทำธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ร่วมกับ GULF และสิงเทล ที่คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ช่วงต้นปี 2568
อย่างไรก็ตาม การที่ราคาหุ้น ADVANC ในรอบปีนี้ปรับตัวดีกว่าตลาด โดยราคาดีดตัวขึ้นกว่า 20% ทำให้การลงทุนเพื่อคาดหวัง capital gain น่าจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการแสวงหาอัตราผลตอบแทนและการเติบโตแบบไม่ต้องกังวล หรือการมีหุ้น defensive ติดพอร์ตเพื่อลดแรงกดดันจากภาวะตลาดผันผวนมากกว่า