4930 จำนวนผู้เข้าชม |
การเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ บมจ. เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) ถือได้ว่า ผิดความคาดหมายของตลาด โดยเฉพาะนักลงทุนที่ได้หุ้นจอง เมื่อราคาหุ้นต่ำจองทั้งวัน โดยเปิดตลาดที่ 16 บาท ต่ำกว่าราคาจองที่ 21 บาท ถึง 5 บาท คิดเป็นผลขาดทุนกว่า 23.8% และมีแรงขายกดราคาทำจุดต่ำสุดที่ 15.80 บาท ในช่วงเปิดตลาด จากนั้นเริ่มมีแรงซื้อดันราคาให้ปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 18.60 บาท ต่ำกว่าราคาจอง 2.40 บาท ก่อนจะมีแรงขายกดราคาย่อตัวลงมา และปิดที่ 17.80 บาท คิดเป็นผลขาดทุน 15.2% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเพียง 866.3 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นพ. วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) ไม่กังวลกับการที่ราคาหุ้นต่ำจอง เพราะมั่นใจในปัจจัยพื้นฐาน และศักยภาพในการให้บริการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการที่จำนวนประชากรเกิดใหม่ทั่วโลกมีแนวโน้มลดลง ทั้งจากพฤติกรรมการแต่งงานที่ล่าช้ามากขึ้น และปัญหาภาวะมีบุตรยากที่ขยายตัวสูงขึ้น อีกทั้งการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ในการขยายสาขา และยกระดับการให้บริการ จะช่วยรองรับกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ผลักดันให้ผลดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสะท้อนกลับมาที่ราคาหุ้นในที่สุด
ในเบื้องต้น กลุ่มบริษัทฯ จะย้ายสาขารามอินทราไปยังพื้นที่ในโครงการสนามไดร์ฟกอล์ฟ กอล์ฟ ชาแนล เซ็นเตอร์ ถนนรามอินทรา เพื่อให้สามารถให้บริการได้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้มาใช้บริการ คาดจะใช้เงินลงทุนราว 100 ล้านบาท พร้อมกับยกระดับสาขาและห้องปฏิบัติการ รวมถึงขยายสาขาใหม่ 2 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการให้ครอบคลุมมากขึ้น ตลอดจนเดินหน้าขยายช่องทางทำธุรกิจเพิ่ม ด้วยการร่วมลงทุนกับห้องปฏิบัติการในพื้นที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชน และเข้าไปลงทุนกับโรงพยาบาลเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ในรูปแบบกิจการร่วมค้า ตลอดจนเจรจาร่วมลงทุนเพื่อต่อยอดในธุรกิจเสริมความงามที่เพิ่งเปิดตัว เพื่อผลักดันให้กลุ่มบริษัทฯ เติบโตแข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต ซึ่งน่าจะเห็นความชัดเจนในปีหน้า และหนุนให้รายได้ขยายตัว 20-30% ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการรั กษาภาวะมีบุตรยาก ด้านวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่ อน และเวลเนส ในเอเชีย ตามเป้าหมายที่วางไว้
ขณะที่ที่ปรึกษาทางการเงิน ชี้ว่า SAFE มีจุดแข็งหลายประการ ทั้งการเป็นศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากที่ให้บริการอย่างครบวงจร มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทั นสมัย มาช่วยสนับสนุนทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ด้านการเจริญพันธุ์ที่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้อัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงถึง 75% และมีสาขาในทำเลศักยภาพ 5 สาขา มีบริการในลักษณะการดูแลส่วนบุคคล (personal assistant) เพิ่มความประท้บใจในการให้บริการ อีกทั้งมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีกั บโรงพยาบาล คลินิกสูตินรีเวช ศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตร ทำให้กลุ่มบริษัทฯ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่ หลายในแวดวงผู้มีบุตรยากคนไทยและต่างชาติ ทำให้ธุรกิจมีการเติบโตเฉลี่ยปีหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่า 20% และสามารถจะเติบโตได้โดดเด่นมากขึ้น หลังเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จากการมีเงินทุนที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจในระยะยาว เข้าข่ายหุ้นเติบโต (Growth Stock) ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
ส่วนฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นว่า เสริมว่า การที่ราคาหุ้นปรับลงมา ทำให้ Valuations ลดลงมาในระดับที่น่าสะสม เมื่อประเมินจากภาพกำไรที่คาดเห็นการเติบโตเด่นในปีหน้า อีกทั้งธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมที่คาดเติบโตดีช่วง 5 ปีนี้ (ปี 2565-2570) เฉลี่ยปีละ 14% และยังมี Potential upside จากคนไข้ต่างชาติที่เติบโตต่อเนื่อง
การออกมาให้ความเชื่อมั่นของผู้ที่เกี่ยวข้อง มีผลให้ราคาหุ้น SAFE ในอีก 5 วันทำการถัดมา ปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ เมื่อราคาหุ้นสามารถยืนเหนือระดับ 18.50 บาทได้ในที่สุด