1643 จำนวนผู้เข้าชม |
นายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ (STI) ธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร เปิดเผยแผนธุรกิจปีหน้าว่า พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่เต็มรูปแบบ ทั้งงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างภาคเอกชน งานบริหารและควบคุมงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคภาครัฐ ที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญ และงานออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ซึ่งมีสัญญาณดี จากภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศที่มีแนวโน้มสดใส ทั้งจากโครงการลงทุนภาครัฐที่พร้อมเดินหน้ารอบใหม่ หลังรัฐบาลพร้อมจัดทำแนวทางงบประมาณและยุ ทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ซึ่งเพิ่มงบลงทุนสูงขึ้น และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตขึ้นจากปีนี้อย่างน้อย 10%
โดยธุรกิจบริหารและควบคุมงานภาคเอกชน โครงการลงทุนขนาดใหญ่ยังเดินหน้าตามกระบวนการและไทม์ไลน์ ทำให้บริษัทฯ สามารถส่งมอบงานได้ตามแผน ทั้งโครงการขนาดใหญ่ อย่าง One Bangkok ที่ชูคอนเซ็ปต์กรีนสมาร์ทซิตี้แห่งแรกในไทย และเตรียมเปิดให้บริการอาคารสำนักงานเฟสแรกกลางปีหน้า และงานโครงการในกลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หนุนให้บริษัทฯ ทยอยรับรู้รายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมเข้าร่วมประมูลงานโครงการใหม่ๆ ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะงานอาคารสีเขียว (Green Building) ซึ่งบริษัทฯ มีแต้มต่อจากการมีประสบการณ์ในงานก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 พื้นที่โซน C ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
ส่วนธุรกิจบริหารและควบคุมงานภาครัฐ พร้อมเดินหน้าประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคซึ่งจะทยอยเปิดประมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งเชื่อว่ามีโอกาสจะได้รับงานเพิ่ม หลังจากที่ผ่านมา บริษัทย่อย เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ (AEC) ได้งานสำรวจและออกแบบโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน ช่วงจังหวัดระนอง ถึงจังหวัดสตูล หรือโครงการจ้างสำรวจออกแบบโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมรุกขยายธุรกิจในภูมิภาคอินโดจีน (CLMV) เพิ่มเติม หลังจากการบริหารโครงการก่อสร้างที่ สปป.ลาว สามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้า จนเริ่มมีการหารือกับพันธมิตรที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อต่อยอดงานควบคุมงานก่อสร้างอาคาร และโครงสร้างพื้นฐานในกัมพูชาและเวียดนามเพิ่มเติม
สำหรับธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม น่าจะเห็นการเติบโตที่โดดเด่น หลังจากบริษัทฯ ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านงานออกแบบมาช่วยทำตลาด เพื่อตอบความต้องการของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับงานออกแบบ และช่วยสนับสนุนการให้บริการได้ครบวงจรมากขึ้น
ขณะที่ผลดำเนินงานรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงบการเงินเสมือน เพราะบริษัทฯ ปรับเปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ เป็นเริ่มต้นวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนในปีถัดไป STI มีกำไรสุทธิ 133.4 ล้านบาท ลดลง 8.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) สาเหตุจากต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น กดดันให้อัตรากำไรสุทธิลดลง 0.6% YoY เหลือ 7.8% ทั้งที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 0.6% YoY มาอยู่ที่ 1,746.8 ล้านบาท และมีงานในมือ (Backlog) รอรับรู้รายได้ล่าสุดที่ 3,789.6 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโครงการภาครัฐ 80.5% และเอกชน 19.5%
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พร้อมจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของผู้ถือหุ้น กำหนดจ่ายวันที่ 23 กุมภาพันธ์ปีหน้า แต่กำหนดปิดสมุดทะเบียน ต้องรอผลประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ซึ่งกำหนดจัดในวันพุธที่ 24 มกราคมอีกครั้ง