1842 จำนวนผู้เข้าชม |
นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการรักษ์โลกได้ง่ายขึ้น ล่าสุดธนาคารได้เปิดตัวนวัตกรรมบริการที่มีเป้าหมายช่วยลดก๊าซเรือนกระจก 2 โครงการ เป็นธนาคารแรกในไทย ได้แก่ การพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือรถ EV Currency Exchange และการจัดทำและเปลี่ยนบัตรเครดิต และบัตรเดบิตเป็นบัตรที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งทั้ง2 โครงการได้พัฒนาสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย และมีการนำไปให้บริการจริงแล้ว
โดยโครงการรถ EV Currency Exchange เป็นรถแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนได้สูงสุด 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และใช้แบตเตอรี่ที่ได้พลังงานจากแผงโซลาร์ที่ติดตั้งบริเวณหลังคารถสำหรับการให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราในรถได้ต่อเนื่องสูงสุด 10 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟ ปัจจุบันนำร่องเพิ่มความสะดวกสบายในการให้บริการแลกเงินแก่นักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเริ่มที่ จ. ภูเก็ต เป็นจังหวัดแรก และมีแผนขยายจำนวนรถให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต
ส่วนโครงการบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ธนาคารมีการเปลี่ยนมาใช้บัตรที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งช่วยลดการผลิตเม็ดพลาสติกใหม่ สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ใบละ 42 กรัมคาร์บอน หรือลดลง 62% จากการใช้วัสดุแบบเดิม โดยเริ่มทยอยนำบัตรแบบใหม่มาใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ให้แก่ลูกค้าที่ออกบัตรใหม่ บัตรทดแทน หรือบัตรต่ออายุ และคาดว่าจะสามารถเปลี่ยนบัตรกว่า 20 ล้านใบได้ครบทั้งหมดภายใน 7 ปี ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 770 ตันคาร์บอน เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 51,333 ต้น
นอกจากนี้ ธนาคารยังคงเดินหน้าผลักดันลูกค้าให้ร่วม GO GREEN Together อย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนเงินทุน องค์ความรู้ และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้าง Green Ecosystem ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อร่วมกันพาประเทศสู่ Net Zero อย่างยั่งยืนต่อไป
สำหรับธนาคารเอง ได้มีการดำเนินงานเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยในรอบปี 2566 ที่ผ่านมา ได้ทยอยติดตั้งแผงโซลาร์ในอาคารสำนักงานหลัก และสาขา โดยตั้งเป้าติดตั้งให้ครบทุกสาขาที่มีศักยภาพในการติดตั้งจำนวน 278 แห่ง ภายใน 2 ปีนี้ พร้อมกับเริ่มเปลี่ยนรถยนต์ของธนาคารให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว 175 คัน และพร้อมเดินหน้าเปลี่ยนจนครบทั้งหมดภายในปี 2573
ขณะเดียวกัน ได้มีการปรับเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปรับกระบวนการทำงาน และการให้บริการไปสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการจัดการขยะในอาคารสำนักงานหลัก เพื่อลดปริมาณขยะที่ไปสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ รวมทั้งส่งเสริมพนักงานและบุคลากรของธนาคารให้มีความรู้ และเกิดพฤติกรรมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น