CREDIT ไม่หวั่นต่ำจอง พร้อมลุยขยายพอร์ตสินเชื่อ พิสูจน์ศักยภาพการทำกำไร

5072 จำนวนผู้เข้าชม  | 

CREDIT ไม่หวั่นต่ำจอง พร้อมลุยขยายพอร์ตสินเชื่อ พิสูจน์ศักยภาพการทำกำไร


 

การเข้าซื้อขายวันแรกของ บมจ. ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนที่ได้หุ้นจอง เมื่อราคาหุ้นยืนต่ำจองตลอดทั้งวัน โดยหลังจากเปิดตลาดที่ 27.50 บาท ต่ำกว่าราคาจองที่ 29 บาท อยู่ 1.50 บาท คิดเป็นผลขาดทุน 5.17% มีแรงซื้อสลับขายทำกำไรออกมาเป็นระยะๆ ส่งผลให้ราคาหุ้นแกว่งแคบๆ ตลอดทั้งวัน โดยหลังจากทำจุดต่ำสุดในครึ่งชั่วโมงแรกที่ 25.25 บาท มีแรงซื้อดันราคาไต่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ 27.75 บาท ในชั่วโมงแรก จากนั้น แรงซื้อและแรงขายเริ่มหดหายไป ส่งผลให้ราคาแกว่งขึ้นลงในกรอบ 25.50 - 27.25 บาท ก่อนจะมีแรงซื้อทำราคาปิดขึ้นมาที่ 27.50 บาท เท่าราคาเปิด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเพียง 867.18 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CREDIT ยืนยันว่า พร้อมนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้เป็นเงินทุนรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี (MSME) สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อคนค้าขาย (Nano and Micro Finance) และสินเชื่อบ้านแลกเงิน (Home for Cash) อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล เพื่อยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และส่งมอบบริการให้เข้าถึงลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และสะดวกสบายมากขึ้น จะช่วยผลักดันการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ในระดับ 20-30%

ที่สำคัญ ธนาคารจะมุ่งรักษาอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ให้สูงในระดับ 18-22% อย่างต่อเนื่อง ผ่านการควบคุมส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้อยู่ในระดับ 8% ต่อไป และควบคุมคุณภาพสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากการใช้กลไกการค้ำประกันของ บสย. ช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อควบคุมหนี้เสียให้อยู่ในระดับ 4%

ในเรื่องนี้ ตัวแทนจาก OCA Investment Holdings ซึ่งเป็นกองทุนส่วนบุคคล (Private Equity) ที่มีนโยบายการลงทุนในบริษัทที่มุ่งเน้นการให้บริการทางการเงินแบบครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย อีกทั้งเป็นพันธมิตรที่สนับสนุน CREDIT มาตั้งแต่ปี 2562 และยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในสัดส่วน 7.6% เชื่อมั่นว่า ธนาคารจะสามารถสร้างผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ดูได้จากผลดำเนินงานงวดปี 2566 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งธนาคารมีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 19.8% มาอยู่ที่ 13,461 ล้านบาท ขณะที่กำไรขยายตัวจากปีก่อนหน้า 51.2% มาแตะ 3,556.8 ล้านบาท ตามการขยายสินเชื่อเพิ่ม 18.8% เป็น 1.44 แสนล้านบาท

 

 

การให้ความมั่นใจของผู้บริหาร CREDIT และผู้ถือหุ้นใหญ่ข้างต้น มีผลให้มีแรงซื้อกระจายตัวเข้ามาในการซื้อขายอีก 2 วันทำการถัดมา (13 กุมภาพันธ์) ช่วง 16.00 น. หนุนให้ราคาหุ้นไต่กลับขึ้นมายืนเท่าราคาจอง 29 บาท ได้สำเร็จ  

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้