2305 จำนวนผู้เข้าชม |
ดร. พรลภัส ณ ลำพูน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (IND) เปิดเผยภาพรวมการดำเนินธุรกิจปี 2567 นี้ว่า มีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทั้งจากการผลักดันงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ภาครัฐ และการขยายตัวของโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 15% ส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 1,606.77 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เตรียมศึกษาธุรกิจใหม่ๆ เกี่ยวกับธุรกิจพลังงานสะอาด ทั้งในรูปแบบงานรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร (EPC) เริ่มตั้งแต่การให้บริการออกแบบโรงไฟฟ้า ส่งมอบและให้บริการหลังส่งมอบโครงการ รวมถึงรูปแบบการลงทุนเอง เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจจากช่องทางตลาดใหม่ๆ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจให้สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
สำหรับผลดำเนินงานปี 2566 ที่ผ่านมา IND มีรายได้รวม 760.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.40% จากปีก่อนหน้า เพราะมีการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่ทยอยเข้ามา ประกอบกับสามารถทยอยส่งมอบงานในมือ (Backlog) ได้ตามแผน อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 24.19% คิดเป็นมูลค่า 590.75 ล้านบาท ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนจากค่าจ้างเหมาช่วงในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ คือ งานออกแบบพร้อมก่อสร้างระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน สนามบินอู่ตะเภา กดดันให้กำไรสุทธิลดลง 58.79% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 13.36 ล้านบาท
โอกาสนี้ บริษัทฯ เห็นควรจ่ายเงินปันผลจากผลดำเนินงานปี 2566 ให้กับผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.015 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิ์ปันผล (XD) วันที่ 14 มีนาคมนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม