1894 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ชี้แจงผลดำเนินงานงวดปี 2566 ว่า บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงาน 1,576.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อนหน้า จากการเติบโตทั้งในธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่หากคิดรวมรายการพิเศษ จะมีกําไรสุทธิ 1,474.89 พันล้านบาท ลดลง 51% จากปีก่อนหน้า ตามรายได้ที่ลดลง 13.04% มาอยู่ที่ 7,737.13 ล้านบาท สาเหตุจากการเปลี่ยนวิธีรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าโครงการพลังงานลม มาเป็นรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในสัดส่วน 50% ทำให้รายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนลดลงจากปีก่อน 1,142 ล้านบาท ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการพลังงานลม ตามแผนจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565–73 ซึ่งบริษัทฯ ได้รับเลือกจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) รวม 17 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตทั้งสิ้น 832.4 เมกะวัตต์ (MW) ในจำนวนนี้ ได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว 14 โครงการ กำลังการผลิตรวม 621.4 MW ซึ่งต้องใช้เวลาในการพัฒนาโครงการต่อเนื่อง 5 ปี คิดเป็นมูลค่ารวม 4.5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ งดจ่ายเงินปันผลเพิ่ม หลังจากได้จ่ายระหว่างกาลไปก่อนหน้านี้ ในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท เพื่อนำกระแสเงินสดไปใช้พัฒนาโครงการเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้กับกิจการและผู้ถือหุ้นต่อไป เริ่มเห็นผลตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
ปัจจุบัน GUNKUL มีโครงการในมือทั้งสิ้น 1,563 MW แต่ในอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 2,000 MW หนุนให้รายได้รวมเพิ่มแตะหลัก 10,000 ล้านบาท พร้อมกับยังมองหาโอกาสลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนรูปแบบต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง
ประธานกรรมการบริหาร GUNKUL ยังบอกด้วยว่า บริษัทฯ ยังมีการต่อยอดธุรกิจทางด้านนวัตกรรมพลังงานเพิ่มเติม ทั้งการคิดรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ การปรับตัวให้สอดรับกับภูมิทัศน์ทางธุรกิจ (Business Landscape) ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป และการจับมือพันธมิตรเพื่อพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทนในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายอุปกรณ์ไฟฟ้า โกดังไฟฟ้าดอทคอม (www.godungfaifaa.com) หรือแพลตฟอร์มติดตั้งพลังงานทดแทนเพื่อให้เข้าถึงการใช้พลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น อย่างศูนย์รวมผู้รับเหมาโซลาร์ Volt (www.voltmarketplace.com) อีกทั้งยังเริ่มพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Peer-to-Peer Energy Trading) เพื่อรองรับการผลิตพลังงานหมุนเวียน และศึกษาความเป็นไปได้ในธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New S-Curve เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant)
สำหรับความคืบหน้าในโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน จำนวน 380 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.28% ของหุ้นทั้งหมด ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายนปีที่แล้ว ถึงวันที่ 15 พฤษภาคมปีนี้ ล่าสุด บริษัทฯ มีการซื้อหุ้นคืนแล้ว 200.46 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.26% ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวม 562.67 ล้านบาท