SPREME ขายหุ้น IPO ได้ครบตามเป้า เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ SI และการต่อยอดธุรกิจเดิม

1712 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SPREME ขายหุ้น IPO ได้ครบตามเป้า เพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจ SI และการต่อยอดธุรกิจเดิม


 

นายธีรฉัตร ศิลปสนธยานนท์ ผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า (FNS) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ. สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) เปิดเผยว่า นักลงทุนให้การตอบรับจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในราคาหุ้นละ 2.60 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายนที่ผ่านมา ครบทั้ง 200 ล้านหุ้น สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ จากการเป็นผู้นำด้านการออกแบบ จัดหา และติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ หรืองานด้าน SI (System Integrator) ครบวงจร ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาวสอดคล้องกับความต้องการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการกำหนดราคาขาย IPO อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 12.29 เท่า 

ด้านนายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ (Fiinex) ที่ปรึกษาทางการเงิน เสริมว่า ความเชี่ยวชาญในการดำเนินโครงการระบบสารสนเทศกับหน่วยงานภาครัฐมายาวนานกว่า 20 ปี สามารถส่งมอบงานที่มีคุณภาพได้ตรงเวลา อีกทั้งยังเป็นพันธมิตรกับคู่ค้าที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทั้ง HP, Lenovo, Acer, Apple, Intel, DELL, Epson, Canon, Brother, LG, Xerox, Samsung, Cisco, Honeywell, Microsoft และ VMWare ช่วยในการจัดหาผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นได้ตรงความต้องการของลูกค้า ทำให้ SPREME ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานเอกชน และหน่วยงานภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากขึ้นในระยะยาว จากการขยายขอบเขตการรับงานโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ ซึ่งมีมูลค่าระดับพันล้านบาทขึ้นไป และยังมีเงินลงทุนซื้อกิจการเพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม เฉพาะปีนี้ คาดจะเห็นรายได้รวมเติบโตได้ 2 หลัก (Double-Digit) ทำให้การเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วันที่ 2 พฤษภาคมนี้ น่าจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี

และเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และผู้ถือหุ้น รับการเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ได้มีการตกลงร่วมกันแล้วว่า จะไม่มีการขายหุ้นที่ไม่ติดเกณฑ์ Silent Period ออกมาแต่อย่างใด โดยพร้อมใจล็อคอัพหุ้นเต็มจำนวน 100% อีกด้วย

ขณะที่นายภาณุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPREME สรุปทื้งท้ายว่า การเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียน ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการทำธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวตามที่บริษัทฯ มุ่งหวัง จากแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนราว 449 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสรับงานโครงการขนาดใหญ่ ราว 230 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 220 ล้านบาท มีแผนใช้เป็นเงินลงทุนซื้อกิจการเพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมของบริษัทฯ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ราว 110 ล้านบาท เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว 

ปัจจุบัน SPREME ทำธุรกิจ 3 ประเภท ประกอบด้วย ธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบ ICT ธุรกิจให้บริการดูแลบำรุงรักษา และซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง และธุรกิจให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง โดยมีรายได้หลักจากธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบ ICT สูงถึง 86-87% รองลงไปเป็นให้บริการดูแลบำรุงรักษา และซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ในสัดส่วน 7-8%  

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้