RBF มั่นใจผลงานครึ่งหลังปี 2569 เด่นกว่าครึ่งปีแรก ยอดขายต่างประเทศโตแกร่ง ยอดขายในประเทศฟื้น

25 จำนวนผู้เข้าชม  | 

RBF มั่นใจผลงานครึ่งหลังปี 2569 เด่นกว่าครึ่งปีแรก ยอดขายต่างประเทศโตแกร่ง ยอดขายในประเทศฟื้น



ดร. สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย พ.ท. พญ. จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการ นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน และนายธีรพัฒน์ ญาณาธรกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ บมจ. อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย (RBF) ร่วมนำเสนอข้อมูล และแผนดำเนินธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 ให้กับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Meeting) ผ่านระบบออนไลน์ โดยยืนยันว่า พร้อมเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ มุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีศักยภาพสูงและทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะกลุ่ม Flavour และ Food Coating ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ผลักดันให้ผลดำเนินงานปีนี้เติบโต 10-15% จากปี 2568

หลังจากผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 บริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิ 160.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.4% จากไตรมาส 2 ปีก่อน (YoY) และ 13.6% จากไตรมาสแรก (QoQ) ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ในรอบ 9 ไตรมาส ตามรายได้จากการขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้น 3.1% YoY และ 1.1% QoQ มาอยู่ที่ 1,097.04 ล้านบาท หนุนจากรายได้ต่างประเทศที่เติบโต 19.8% YoY และ 9.7% QoQ หักล้างรายได้ในประเทศที่ลดลง 1.5% YoY และ 1.6% QoQ ได้หมด อีกทั้งการขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศ ซึ่งมีความพร้อมด้านวัตถุดิบและมีโครงสร้างต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้มากกว่า รวมถึงการบริหารต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น ยังช่วยยกระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นจาก 35.1% ในไตรมาส 2 ปีก่อน มาที่ 38.3% ใกล้เคียงไตรมาสแรก พร้อมกับสนับสนุนให้ผลดำเนินงานครึ่งปีแรกเติบโตจากครึ่งแรกปีก่อน โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 47.67% มาที่ 297.23 ล้านบาท ตามรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 3.25% แตะ 2,182.55 ล้านบาท

ทั้งนี้ การขยายฐานธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ พร้อมทั้งช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีการเติบโตจำกัด และการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจในระยะยาว ต่อยอดความสําเร็จจากการรุกตลาดต่างประเทศซึ่งดำเนินการมาช่วงก่อนหน้านี้ เพราะปัจจุบันโรงงานในเวียดนามและอินโดนีเซียเริ่มทำกำไรได้แล้ว และอยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิตเพิ่ม เพื่อรองรับการเติบโตของคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายเดิม และการขยายตัวของลูกค้ารายใหม่โดยกำลังเตรียมพื้นที่ เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตขึ้นในตลาดอินโดนีเซีย พร้อมกับปรับเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตจากโรงงานเวียดนามให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รับการเป็นฐานส่งออกไปจำหน่ายในตลาดกัมพูชา ส่วนโรงงานที่อินเดียมีทิศทางดีขึ้น หลังสามารถเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ และมีการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) แทนก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ช่วยบริหารความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมขยายกำลังการผลิต ตามแผนใช้โรงงานอินเดียเป็นฐานการผลิตหลักอีกแห่ง

ขณะที่โรงงานในประเทศจีน อยู่ระหว่างติดตั้งและเตรียมความพร้อมพื้นที่โรงงาน เพื่อผลิตเกล็ดขนมปังและพรีมิกซ์ในกลุ่ม Food Coating พร้อมจัดเตรียมห้องปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนธุรกิจ Flavor คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2570

สำหรับความเห็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่เข้าร่วม Analyst Meeting เบื้องต้น ทิสโก้ (TISCO) ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) และหยวนต้า ประเทศไทย (YUANTA) คาดกำไรงวดไตรมาส 3 เติบโต ปรับขึ้นทำ New High ในรอบ 10 ไตรมาส ได้แรงหนุนจากการเติบโตของรายได้จากกลุ่มวัตถุปรุงแต่งรสชาติและกลิ่น (Flavor) ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการเข้าสู่ High season ของภาคส่งออก สนับสนุนให้รายได้จากตลาดต่างประเทศเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง ขณะที่รายได้จากตลาดในประเทศคาดกลับมาเติบโต YoY และ QoQ จากกำลังซื้อในประเทศที่กลับมาฟื้นตัว การได้ประโยชน์จากโครงการไทยช่วยไทย พลัส และปัจจัยกดดันด้านราคาน้ำมันในประเทศที่ผ่อนคลายลงจากไตรมาส 2 ตลอดจนการได้ประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ของโรงงานใหม่ที่อยุธยา




Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้