MAGURO มั่นใจ การเข้าซื้อขายวันแรก 5 มิ.ย. ไม่สร้างความผิดหวัง

2126 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MAGURO มั่นใจ การเข้าซื้อขายวันแรก 5 มิ.ย. ไม่สร้างความผิดหวัง



นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. หลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ. มากุโระ กรุ๊ป (MAGURO) เปิดเผยว่า การเปิดขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 34.06 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 27.03% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ในราคาหุ้นละ 15.90 บาท เทียบราคาพาร์ที่ 0.50 บาท ระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม ทำให้สามารถขายได้หมดอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นใน Brand Portfolio ที่โดดเด่นของบริษัทฯ และการเติบโตของผลดำเนินงานอย่างก้าวกระโดด สะท้อนผ่านรายได้ และกำไรย้อนหลัง 3 ปีล่าสุด (ปี 2564-66) ที่เติบโตเฉลี่ย 64.91% และ 96.38% ตามลำดับ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีศักยภาพในการเติบโตที่สูง จากจุดแข็งในการปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้สอดรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งที่จำนวนสาขายังมีไม่มาก ทำให้การขยายสาขาจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจได้อีกมาก

ด้านนางจิรยง อนุมานราชธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี (J Capital) ที่ปรึกษาทางการเงิน เสริมว่า การกำหนดราคา IPO ที่หุ้นละ 15.90 บาท ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน และมูลค่าหุ้น ซึ่งควรจะมี premium จากทั้งปัจจัยพื้นฐาน การไม่มีภาระดอกเบี้ย และศักยภาพการทำกำไรที่สูงกว่าธุรกิจคล้ายคลึงกัน อย่าง บมจ. เอ็มเค เรสโตรองค์ กรุ๊ป (M) บมจ. เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป (ZEN) หรือ บมจ. อาฟเตอร์ ยู (AU) ที่มี P/E เฉลี่ยระดับ 21-22 เท่า ดูได้จากบทวิเคราะห์ของ 6 ผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นที่ประเมินมูลค่าเหมาะสม ระหว่าง 21.40 - 25.00 บาท

พร้อมกันนี้ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทางนักลงทุนสถาบัน 3 รายที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในการซื้อขายวันแรก ด้วยการซื้อหุ้นที่ไม่ติด silent period จากผู้ก่อตั้ง รวม 5.6 ล้านหุ้น ในราคา IPO รวมถึงกลุ่ม Holistic Impact ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมที่ยังคงถือหุ้นใน MAGURO ยังได้ทำข้อตกลงไม่จำหน่ายหุ้นที่ถืออยู่เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งหากคิดรวมกับหุ้นที่ติด Silent Period ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ ฯ แล้ว ในการซื้อขายวันแรก 5 มิถุนายนนี้ จะมีหุ้นที่ถูกห้ามขายรวมทั้งสิ้น 72.97% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ทำให้เชื่อมั่นว่า การซื้อขายวันแรกจะไม่สร้างความผิดหวังให้นักลงทุน

ขณะที่นายเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง MAGURO ยืนยันว่า พร้อมนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ต่อยอดธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการปรับปรุงสาขาเดิม และขยายสาขาใหม่ รวมถึงการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในปีนี้ รวมกันไม่น้อยกว่า 11 สาขา ตลอดจนนำไปใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งการพัฒนาระบบ IT การปรับปรุงครัวกลางทั้ง 3 แบรนด์ คือ MAGURO, SSAMTHING TOGETHER และ HITORI เพื่อส่งมอบคุณภาพสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐานตามคอนเซ็ปต์ "ให้มากกว่าที่ขอ" (Give More) ที่บริษัทฯ ยึดมั่นมาโดยตลอด ส่วนเงินที่เหลือจากการลงทุนจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้