2255 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็น เอกซ์ (SENX) ชี้แจงว่า หลังจากบริษัทแม่ บมจ. เสนา ดีเวลลอปเมนท์ (SENA) เข้ามาบริหารงานเพียงปีเดียว โดยมอบหมายให้บริษัทฯ รุกตลาดผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจร (TOTAL PROPERTY MANAGEMENT AND SERVICE SOLUTIONS) ส่งผลให้บริษัทฯ มีการจัดกลุ่มธุรกิจเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการ พร้อมกับปรับกลยุทธ์ในแต่ละธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทำให้สามารถพลิกผลดำเนินงานจากขาดทุน 3 ปีต่อเนื่อง มาเป็นกำไร 60.5 ล้านบาท
เพื่อต่อยอดความสำเร็จ ปีนี้ บริษัทฯ ได้เสริมทัพทีมบริหารที่มากด้วยประสบการณ์ในการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยกว่า 300 โครงการ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กร และส่งมอบโซลูชันด้านการบริการอย่างมืออาชีพให้แก่ลูกค้า เพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่สามารถตอบโจทย์คนทุกวัยในยุคปัจจุบันได้อย่างครบวงจร พร้อมกับจัดโครงสร้างการทำธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่มหลัก เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแก้ Pain Point ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตรงจุด พร้อมกับพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับแนวทางการสร้างเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่บริษัทแม่กำหนดไว้
โดยธุรกิจกลุ่มแรก งานบริการด้านบริหารจัดการนิติบุคคลที่อยู่อาศัย พร้อมขยายตลาดเชิงพาณิชย์ โดยปีนี้ จะเข้าไปดูแลพื้นที่กลุ่มอาคารสำนักงานเพิ่มประมาณ 150,000- 200,000 ตารางเมตร ควบคู่ไปกับการบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม ด้วย Elite Services ซึ่งเป็นการบริการลูกบ้านระดับ World Class จากทีมงานมืออาชีพผ่านการอบรมตามมาตรฐานญี่ปุ่น และยังให้บริการตัวแทนในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรให้กับนักลงทุน รวมถึงการบริหารโรงแรม กับ Services Apartment ภายใต้แบรนด์ SEN STAY โดยตั้งเป้าขยายสัดส่วนโครงการนอกกลุ่มเสนาเพิ่มจากเดิมที่มีสัดส่วนเพียง 30% เป็นมากกว่า 40%
ขณะเดียวกัน เตรียมรุกการเป็นตัวแทนขายเช่าอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการเป็นที่ปรึกษางานขายและบริหารด้านการขายและการตลาด (Sole agent) เพื่อขยายฐานลูกค้าคนไทย และนักลงทุนต่างชาติ โดยอาศัยเครือข่ายที่มีในหลายประเทศ เช่น จีน ไต้หวัน เมียนมา อินเดีย ช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเหนือระดับ และเพิ่มมูลค่าในการลงทุนให้กับนักลงทุนและผู้อาศัยในอนาคตได้
กลุ่มที่สอง ดูแลเรื่องพัฒนาโครงการใหม่ๆ ทั้งแนวราบ แนวสูง อาคารเชิงพาณิชย์ และศูนย์การค้าขนาดเล็ก ปีนี้ มีแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury มูลค่าโครงการกว่า 2,600 ล้านบาท โดยคงจุดเด่นบ้านใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วย Zero Energy House ผสมผสานเข้ากับ technology เพื่อตอบโจทย์ Smart Lifestyle ของการใช้ชีวิตปัจจุบัน
กลุ่มที่สาม งานพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อช่วยบริหารงานอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้อยู่อาศัย กำลังพัฒนาและยกระดับ Smart application 2 ตัว คือ Smartify home แพลตฟอร์มที่รวบรวมสินค้าและบริการในการอยู่อาศัยให้ครอบคลุมทุกความต้องการ กับ Smartify ที่ออกแบบจากการเรียนรู้และวิเคราะห์พฤติกรรมผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้งานแบบครบจบที่เดียว ตั้งแต่การชำระค่าบริการ งานบริการต่างๆ ที่โครงการมี การแจ้งซ่อมแซมและติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ การสื่อสารและแจ้งเตือน และเพิ่มความปลอดภัยด้วยฟังก์ชันการบันทึกข้อมูลต่างๆ ภายในที่อยู่อาศัย ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริการลูกค้า และลูกบ้านของกลุ่มเสนา ด้วย AI ผ่าน BIOMETRIC เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตภายในโครงการ พร้อมเชื่อมต่อระบบคมนาคมสาธารณะ และการเข้าถึงสาธารณูปโภคได้สะดวกรวดเร็ว ประหยัดเงินและเวลา
และกลุ่มสุดท้าย การให้บริการเลือกซื้อของในการเข้าอยู่และของตกแต่ง ที่ช่วยแก้ปัญหาของลูกบ้านที่ซื้อบ้านหรือซื้อคอนโดมีเนียมใหม่ โดยอำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยเลือกซื้อของตกแต่งบ้านแบบครบจบที่เดียว จากทีม Smartify Home เพราะสินค้าจะถูก tailored made ให้เข้ากับสไตล์และขนาดของที่อยู่อาศัยนั้นๆ โดยอาศัยฐานข้อมูลจากขนาดพื้นที่ของแต่ละ unit type ในทุกโครงการอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเสียเวลานัดช่างมาวัดพื้นที่หรือนัดติดตั้ง
การเสริมทัพทีมผู้บริหารที่มากด้วยประสบการณ์ และการวางกลยุทธ์การเติบโตจาก 4 กลุ่มธุรกิจข้างต้น ทำให้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า จะสามารถพัฒนาผลดำเนินงานปีนี้ให้เติบโตจากปีก่อนมากกว่า 40% คิดเป็นรายได้รวมที่ 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 1,100 ล้านบาท และให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจร 300 ล้านบาท