CFARM เชื่อมั่น นักลงทุนให้การตอบรับดี สำหรับการซื้อขายวันแรก 6 มิ.ย. นี้

2191 จำนวนผู้เข้าชม  | 

CFARM เชื่อมั่น นักลงทุนให้การตอบรับดี สำหรับการซื้อขายวันแรก 6 มิ.ย. นี้


นายชูรัตน์ จึงธนสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ชูวิทย์ฟาร์ม 2019 (CFARM) ผู้ประกอบธุรกิจฟาร์มปศุสัตว์ ประเภทฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ให้กับคู่สัญญาในรูปแบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา เปิดเผยว่า มีความเชื่อมั่นว่าการเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) วันที่ 6 มิถุนายนนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เพราะมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ทั้งความสามารถของเกษตรกรในการบริหารจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน และมีการควบคุมเฝ้าระวังโรคระบาดได้ดี ผลักดันให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตไก่เนื้อได้เพิ่มขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการบริโภคทั้งในและต่างประเทศที่เติบโตมากขึ้นตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ การนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนก่อสร้างฟาร์ม ปรับปรุงโรงเรือน อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจฟาร์มปศุสัตว์ รวมถึงปรับปรุงระบบงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินบางส่วน จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน สร้างโอกาสขยายธุรกิจให้สอดรับกับความต้องการบริโภคเนื้อไก่ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด ช่วยผลักดันการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) ที่ปรึกษาการเงิน เสริมว่า ความเชี่ยวชาญในการเลี้ยงไก่เนื้อได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน และการรักษาสายสัมพันธ์อันดีกับคู่สัญญาทุกรายมาโดยตลอด ทำให้ทุกฟาร์มเลี้ยงไก่ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองเรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีจากกรมปศุสัตว์ จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เลี้ยงไก่เนื้อชั้นนำของประเทศ ด้วยกำลังการผลิตไก่ปีละ 15.9 ล้านตัว ผลักดันให้ผลดำเนินงานช่วง 3 ปีล่าสุด มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งด้านรายได้และกำไร โดยรายได้เพิ่มจาก 163.48 ล้านบาท ในปี 2564 เป็น 228.70 ล้านบาท และ 240.99 ล้านบาท ในปี 2565 และปี 2566 ตามลำดับ และพลิกจากขาดทุน 38.08 ล้านบาท ในปี 2563 มาเป็นกำไรสุทธิ 21.97 ล้านบาท และ 30.49 ล้านบาท ในปี 2565 และปี 2566 ตามลำดับ หนุนจากการควบคุมอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงกว่า 18% อย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อมั่นว่า สามารถจ่ายเงินปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ ในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย รวมถึงเงินสำรองอื่นตามที่บริษัทฯ กำหนด  

นอกจากนี้ เมื่อสำรวจความเห็นจากนักวิเคราะห์ 6 สำนัก พบว่า เสียงส่วนใหญ่จะประเมินราคาเหมาะสมของหุ้นไม่ต่ำกว่า 1.50 บาท โดยค่ายฟิลลิป ประเทศไทย (PST) และไอร่า (AIRA) ให้ราคาต่ำสุดที่ 1.48 บาท ส่วนหยวนต้า (YUANTA) ให้ราคาสูงสุดที่ 1.64 บาท  

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้