2253 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสุวรรณา ขจรวุฒิเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มีนา ทรานสปอร์ต (MENA) ผู้นำธุรกิจให้บริการขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จด้วยรถมิกเซอร์ (Mixer) และรถเทรลเลอร์ (Trailer) เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังว่า มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก จากปัจจัยหนุนของการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งล่าช้ามาจากปี 2566 โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งทางราง ถนน นํ้า และอากาศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจให้บริการขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จด้วยรถมิกเซอร์ รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยกระตุ้นการบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งของบริษัทฯ เอง และของบริษัทร่วมทุน TDM
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนจะขยายงานขนส่งอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าที่ซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านการมองหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดร่วมกัน ซึ่งยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ด้วยการขยายกองรถเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับการบริหารฟลีทรถที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยนำเอาความชํานาญและประสบการณ์ในการบริหารจัดการธุรกิจโลจิสติกส์ มาช่วยบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อเพิ่มอัตรากําไร ขณะที่บริษัทร่วมทุน TDM มีแผนจะขยายกองรถเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอรับปริมาณงานที่จะเพิ่มขึ้นตามการขยายสาขาของ ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส รวมถึงสินค้าใหม่ของกลุ่มคาราบาว ซึ่งจะช่วยผลักดันให้รายได้ทั้งปีทำได้ไม่ต่ำกว่า 830 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อนเกิน 5% ตามแผนที่วางไว้
สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2567 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิคิดตามวิธีส่วนได้เสียอยู่ที่ 12.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.7% จากไตรมาสแรก (QoQ) ผลจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 6% มาอยู่ที่ 200.3 ล้านบาท และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของ TDM สูงขึ้น 1.2 ล้านบาท แต่ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ผลจากต้นทุนคงที่ได้แก่ ค่าเสื่อมราคา ค่าแรง และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ จากผลกระทบของความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ และส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ผลดำเนินงานครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิลดลง 18% YoY มาอยู่ที่ 23.7 ล้านบาท ทั้งที่รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 4% YoY มาอยู่ที่ 403.7 ล้านบาทก็ตาม