2563 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ ประเทศไทย (MST) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บมจ. เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) เปิดเผยว่า หลังจากได้เปิดขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม และวันที่ 2-3 กันยายนที่ผ่านมา ที่ราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายที่หุ้นละ 2.08-2.28 บาท ปรากฏว่า นักลงทุนรายย่อยให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม ขณะที่ผลสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) ของนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสนใจจองซื้อหุ้น ได้ราคาที่หุ้นละ 2.28 บาท ทำให้กำหนดราคาขายสุดท้าย (Final Price) ที่หุ้นละ 2.28 บาท
ด้านนายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า ประเทศไทย (YUANTA) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์และรับประกันการจำหน่ายร่วม เสริมว่า การกำหนดราคาหุ้น IPO ที่หุ้นละ 2.28 บาท ถือเป็นราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของ PCE ในฐานะผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรของไทย และมีระบบการจัดการซัพพลายเชนของตนเองช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตทางธุรกิจ ให้สอดคล้องกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ลงทุนขยายโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ เพิ่มเสถียรภาพในการจัดหาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบ รวมทั้งลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอีนเพื่อใช้ในการบริโภค ตลอดจนยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการผลิตให้ดียิ่งขึ้น สนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต
ส่วนนายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ PCE ชี้แจงว่า อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มช่วง 3 ปีนี้ (ปี 2567-69) มีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการบริโภคและอุปโภคที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในอุตสาหกรรมน้ำมันไบโอดีเซล กลุ่มพลังงานทดแทน ที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือการใช้โอเลโอเคมิคอลเพื่อเป็นส่วนประกอบในสินค้า เช่น เครื่องสำอาง สบู่ ครีมบำรุงผิว ทำให้การตัดสินใจเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงเวลานี้ จะเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดทุกภาคส่วน รวมถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อขยายโอกาสในตลาดใหม่ๆ ผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) ที่ปรึกษาทางการเงิน สรุปประเด็นว่า PCE ถือเป็นหุ้นที่มีจุดเด่นต่างจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มรายอื่น เนื่องจากเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร ครอบคลุมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มดิบ โรงผลิตน้ำมันไบโอดีเซล โรงผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอีนเพื่อการบริโภค โรงไฟฟ้าก๊าซชีวมวล รวมทั้งการให้บริการคลังสินค้าและท่าเทียบเรือ ให้บริการขนส่งสินค้าทางรถและทางเรือ
นอกจากนี้ ยังมีความพร้อมการจัดการระบบซัพพลายเชน ที่เสริมสร้างและสนับสนุนกันในแต่ละธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบและการผลิต การขาย และโลจิสติกส์ เพื่อส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศอย่างครบครัน อีกทั้งยังเป็นผู้นำการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบระดับประเทศ จึงมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรในระดับประเทศ ทำให้มีความเชื่อมั่นว่า ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จะทำให้นักลงทุนให้การตอบรับการเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 12 กันยายนนี้ เป็นอย่างดี