1417 จำนวนผู้เข้าชม |
ภก. สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค (BLC) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริ มอาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องมือแพทย์และอื่นๆ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน (โครงการ JUMP+) ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อมุ่งยกระดับการดำเนินงาน และการเพิ่มมูลค่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยตั้งเป้าหมายกำไรที่เป็นเงินสด (EBITDA) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดผลดำเนินงานของธุรกิจหลัก และความสามารถในการทำกำไรอย่างแท้จริง เติบโตแตะ 563 ล้านบาท ในปี 2571 ผ่าน 3 มิติหลัก คือ มิติการเติบโต (Business Growth) มิติด้านธรรมาภิบาล (Corporate Governance) และมิติด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)
โดยมิติการเติบโต บริษัทฯ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตด้วยกลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) ที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ ผ่านการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสามัญใหม่ (New Generic Drugs) อย่างน้อยปีละ 2 รายการ และผลิตภัณฑ์สมุนไพรนวัตกรรมอย่างน้อยปีละ 1 รายการ ควบคู่การการขยายฐานลูกค้า ช่องทางโรงพยาบาล และร้านขายยา เพื่อผลักดันรายได้ให้เติบโตปีละ 5% รวมถึงพัฒนาช่องทางออนไลน์ ผ่าน Social Media และจัดตั้งทีมกลยุทธ์เพื่อรุกตลาดรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) ให้กับบริษัทข้ามชาติ ขณะเดียวกัน จะมีการลงทุนระบบ AI เพื่อบริหารจัดการข้อมูลภายใน (Internal Data Management) และลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต ด้วยการลงทุนสร้างอาคารผลิตใหม่ (New Plant) ที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรองรับการเติบโตในระยะยาวพร้อมจัดซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อทดแทนเครื่องจักรเดิมที่มีประสิทธิภาพลดลง และรองรับสินค้าใหม่ และเร่งอัตราการใช้กำลังการผลิต (Asset Utilization) เพื่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด ตลอดจนมีการบริหารความเสี่ยงด้านธุรกิจ ด้วยการทำรายงานศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Report) และใช้ข้อมูลมูลค่าการตลาด (IQVIA) ในการวางแผน และบริหารจัดการ ผ่านรายงานความเคลื่อนไหวรายสัปดาห์ และการทำ Sales Forecast โดยผู้บริหารระดับสูง
ส่วนมิติด้านธรรมาภิบาล บริษัทฯ จะมุ่งยกระดับแผนธรรมาภิบาล สร้างความโปร่งใส และการถ่วงดุลอำนวจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักลงทุน ผ่านความเป็นอิสระของกรรมการ โดยมีแผนปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการ ให้มีกรรมการอิสระมากกว่า 50% ภายในปี 2571 โดยใช้ Board Skill Matrix ในการสรรหา และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคล รวมถึงการค้นหาผ่านฐานข้อมูล IOD ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงสารสนเทศในระดับสากล และยกระดับการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันอย่างเขมขน โดยตั้งเป้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ภายในปี 2571
สำหรับมิติด้านสภาพภูมิอากาศ จะมุ่งลดก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน ผ่านแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 & 2 โดยตั้งเป้าลดปริมณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับฐานปี 2566 ใหได้ 1,204 tCO2e ในปี 2571 พร้อมทั้งเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสะอาดให้สูงขึ้น และกำหนดมาตรการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงานต่อหน่วยผลิตลงปีละ 0.5% รวมถึงดำเนินการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ (Secondary Packaging) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย