843 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล (HENG) เปิดเผยผลดำเนินงานปี 2567 มีกำไรสุทธิ 73 ล้านบาท ลดลง 82.7% จากปีก่อน จาก 2 สาเหตุ ประการแรก การชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 0.6% มาอยู่ที่ 2,861 ล้านบาท ขณะที่พอร์ตสินเชื่อหดตัวถึง 12.5% เหลือ 13,206 ล้านบาท ประการที่สอง คุณภาพหนี้อ่อนแอมากขึ้น โดยเฉพาะในพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ และสินเชื่อเช่าซื้อ ทำให้มีการไหลของหนี้จัดชั้นเพิ่มขึ้น และเร็วกว่าที่คาด ส่งผลให้หนี้เสีย (NPL) เร่งตัวจาก 3.4% ในปีก่อน ขึ้นมาเป็น 6.3% และกดดันให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้นเท่าตัว เป็น 857 ล้านบาท และมีขาดทุนจากการด้อยค่าและจําหน่ายสินทรัพย์อีก 235 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ กลับประสบความสำเร็จสูงในการควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 4.3% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 1,715.5 ล้านบาท ขณะที่การเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ ช่วยให้บริษัทฯ สามารถนำกระแสเงินสดไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่อทุน (D/E ratio) ลดลงจาก 1.9 เท่า ลงมาอยู่ที่ 1.5 เท่า และพร้อมจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานทั้งปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.0525 บาท กำหนวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 4 มีนาคมนี้ ก่อนจ่ายเงินตามมาในวันที่ 9 พฤษภาคม
ขณะเดียวกัน นายวิชัย ศุภสาธิตกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ HENG ได้ออกมาชี้แจงแผนธุรกิจปี 2568 ด้วยว่า ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพหนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารหนี้ในพอร์ตสินเชื่อเดิม และการขยายสินเชื่อใหม่ เน้นไปที่สินเชื่อเพื่อการเกษตรเป็นหลัก โดยตั้งเป้าขยายสินเชื่อเกษตรเพิ่มเป็น 5% ในปีนี้ และสูงกว่า 10% ในปี 2569 ก่อนต่อยอดไปที่สินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ซึ่งลูกค้าทั้งในเขตเมืองและพื้นที่รอบนอกต่างก็มีต้องการมากขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาจากมลภาวะทางอากาศ และภูมิอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้เชื่อมั่น สินเชื่อทั้ง 2 ประเภทนี้ นอกจากจะช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ที่มีคุณภาพได้เพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังจะมีส่วนช่วยให้ผลดำเนินงานเติบโตดีขึ้นตามไปด้วย