BKA รับโอน NPA ของ BAM ล็อตแรก คาดเพิ่มจำนวนบ้านมือสองรีโนเวทปีละ 200 หลัง เป็น 400-500 หลัง

134 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BKA  รับโอน NPA ของ BAM ล็อตแรก คาดเพิ่มจำนวนบ้านมือสองรีโนเวทปีละ 200 หลัง เป็น 400-500 หลัง




นายพชร ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป (BKA) ผู้นำบริการซื้อขายบ้านมือสองตกแต่งใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทฯ ได้ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจ ร่วมกับ บมจ. บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) และ บมจ. ธนาคารยูโอบี (UOB) เพื่อพลิกทรัพย์ร้างเป็นทรัพย์สร้างกำไร เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัทฯ ได้รับทรัพย์มาดำเนินการโมเดลบ้านพร้อมอยู่ต้นแบบแล้ว 1 ล็อต และน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 50-100 รายการ ช่วยขยายขอบเขตiเพิ่มจากปีละ 200-300 หลัง เป็นปีละ 400-500 หลัง ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้อย่างก้าวกระโดด พร้อมกับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น จากที่ทำได้ทุกวันนี้ ในอัตรา 20% ขึ้นมาแตะ 30% จากขั้นตอนการดำเนินการที่ลดลง

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีแผนจะขยายช่องทางในการการทำธุรกิจ จากการพลิกทรัพย์ร้างเป็นทรัพย์สร้างกำไร ร่วมกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ และสถาบันการเงินอีกหลายแห่งในอนาคต เพราะถึงวันนี้ ยังมี NPA ที่ขายไม่ออกอีกเป็นจำนวนมาก เน้นไปที่บ้านระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป ในทำเลกรุงเทพฯ โซนลาดพร้าว บางกะปิ รามคำแหง และสวนหลวง เพิ่มเติมจากทำเลนนทบุรี ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงเดินหน้าต่อยอดธุรกิจให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ผ่านการให้บริการต่อเติม รีโนเวท หรือตกแต่งภายใน ช่วยขยายฐานลูกค้าระดับกลางขึ้นไป ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เพื่อผลักดันรายได้ทั้งปีให้เติบโต 15-20% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 2 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป BKA ขาดทุนสุทธิ 6.98 ล้านบาท ลดลง 225% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และลดลง 283% จากไตรมาสก่อน (QoQ) จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนคร้ังแรก (IPO) ที่ไม่เข้าเกณฑ์การรับรู้เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น หรือการที่จำนวนบ้านแต่งและบ้านตัดที่รับเข้ามาในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรก ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทฯ มีทรัพย์สินพร้อมจำหน่ายน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังถูกกดดันจากอัตราปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น จากความกังวลเรื่องหนี้เสีย และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการเมือง กดดันให้ผลดำเนินงานครึ่งแรกปีนี้ อ่อนแอลงจากครึ่งแรกปีก่อน โดยรายได้จากการดำเนินงาน ลดลง 40% มาอยู่ที่ 302.22 ล้านบาท และพลิกจากกำไร 5.72 ล้านบาทในครึ่งแรกปีก่อน และมาเป็นขาดทุนสุทธิ 3.20 ล้านบาท




Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้