2385 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ประกาศเดินหน้าสร้างคุณค่า และยกระดับศักยภาพการแข่งขัน พร้อมรักษาความเป็นเลิศในทุกด้าน ด้วยการดำเนินกลยุทธ์ Accelerating Bangchak 100x : Pivoting toward Energy Security and Sustainability ผ่านยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ประการแรก การสร้างคุณค่าแก่ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) เป็นระยะเวลา 3 ปี ประการที่สอง การมุ่งผลักดันกำไรที่เป็นเงินสด (EBITDA) ให้เติบโต 100% ภายในปี 2571 พร้อมเสริมสร้างศักยภาพองค์กรสู่การเป็น Thailand’s Top Employer และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน ด้วยการมุ่งสู่การจัดอันดับ Top 1% ESG Ranking และ Top 5% ของดัชนี DJSI ควบคู่ไปกับการลดความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอน (Carbon Intensity) อย่างต่อเนื่อง
ประการที่สาม การขับเคลื่อนสู่ความมั่นคงทางพลังงานและความยั่งยืน มุ่งเน้นไปที่การลงทุนที่สร้างผลตอบแทน (Return-Focused Investment) ในธุรกิจต้นน้ำระยะกลาง พลังงานไฟฟ้า ตลอดจนระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงดาต้า เซ็นเตอร์ ธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ และประการสุดท้าย การเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร (Margin Enhancement) ผ่านการสร้าง Synergy ระหว่างหน่วยธุรกิจให้เกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ ควบคู่กับการเพิ่มกลไกสร้างการเติบโตใหม่ๆ ครอบคลุมธุรกิจการกลั่นน้ำมันและการตลาด เชื้อเพลิงชีวภาพ เชื้อเพลิงแห่งอนาคต (SAF, HVO) รวมถึงการรุกธุรกิจเทรดดิ้ง (Trading)
และเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต บริษัทฯ ได้วางงบลงทุนช่วง 3 ปีข้างหน้า ไว้ที่ 35,000 ล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพธุรกิจหลัก ทั้งด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ธุรกิจการกลั่นและการตลาด รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต ผ่านกองทุน CVC มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อวางรากฐานให้องค์กรก้าวนำการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผ่านการจัดตั้งกลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ (New Businesses and Holdings) เน้นไปที่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ทันสมัย และการพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ อาทิ Bio-LNG, Nuclear Fusion, กรีนแอมโมเนีย เชื้อเพลิงสังเคราะห์ ตลอดจนเทคโนโลยีชีวภาพและระบบแบตเตอรี่ เพื่อเสริมพลังให้ธุรกิจหลัก ขยายโอกาสใหม่ และสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับกลุ่ม BCP


สำหรับเบื้องลึกของการผลักดันกลยุทธ์ Bangchak 100X ได้รับการอธิบายจากนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ BCP ว่า เกิดจากการที่ราคาหุ้นไม่สะท้อนการเติบโตของธุรกิจ ทั้งในมุมมองของผู้บริหาร รวมถึงที่ปรึกษาของบริษัทฯ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้จัดการกองทุน ทั้งในและต่างประเทศ ดูได้จากภาพรวมธุรกิจช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเดิมบริษัทฯ มียอดขายราว 1 แสนล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท แต่มาวันนี้ ธุรกิจสามารถเติบโตเฉลี่ยปีหนึ่งๆไม่ต่ำกว่า 15% จนยอดขายเติบโตเป็นกว่า 6 แสนล้านบาท ส่วนสินทรัพย์รวมเพิ่มเป็น 3 แสนล้านบาท แต่ราคาหุ้นยังคงยืนที่เดิม ที่ประมาณ 30 บาท อีกทั้งบริษัทฯ มีแผนต่อยอดการเติบโตให้แข็งแกร่งมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้าง Synergy ระหว่างหน่วยธุรกิจให้เกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ ควบคู่กับการเร่งกลไกการเติบโตใหม่ผ่านธุรกิจการค้าน้ำมัน และธุรกิจต้นน้ำ ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนว่า ราคาหุ้นต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็นมากจนเกินไป ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ถือหุ้น บริษัทฯ พร้อมดำเนินการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้น และเสริมความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโต