1884 จำนวนผู้เข้าชม |
ช่วงต้นปีของทุกปีเป็นจังหวะที่ดีและสำคัญในการลงทุนหุ้นปันผล (Dividend Stocks) เพราะช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ต่อเนื่องถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี จะเข้าสู่เทศกาลประกาศจ่ายปันผลประจำปีของบริษัทจดทะเบียน ทำให้นักลงทุนมักจะเข้าซื้อหุ้นปันผลก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD ด้วยความคาดหวังเงินปันผล (Dividend) และส่วนต่างราคาที่ปรับขึ้น (Capital Gain) ซึ่งเมื่อพิจารณาจากสถิติ 10 ปีล่าสุด บมจ. หลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) พบว่า การลงทุนหุ้นปันผล ที่อิงดัชนี SETHD ในเดือนมกราคมของทุกปี จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกด้วยความน่าจะเป็น 60% โดยให้ผลตอบแทนบวกเฉลี่ย 0.7% และหากมองทั้งไตรมาส ผลตอบแทนเฉลี่ยจะอยู่ที่ 0.33%
ดังนั้น เมื่อคัดเลือกหุ้นมีปัจจัยพื้นฐานดี แนวโน้มธุรกิจยังเติบโตได้แข็งแกร่ง และสามารถจ่ายปันผลได้ในอัตรามากกว่า 4% ขึ้นไป ฝ่ายวิจัย KSS พบว่า มีหุ้นที่น่าสนใจ 14 ตัว ด้วยกัน แบ่งเป็นกลุ่มที่จ่ายปันผลครั้งเดียว 5 บริษัท ได้แก่ PYLON (9.3%) AP (7.1%) THANI (5.4%) และ PTG (5.1%) ส่วนกลุ่มที่จ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง สามารถคาดหวังเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 ได้อีก 9 บริษัท นำโดย SCB (คาดหมายอัตราเงินปันผลจ่ายครึ่งปีหลัง ในอัตรา 6.9%) NER (6.8%) SIRI (5.3%) BANK (5.24%) SC (4.7%) KTC (4.7%) KTB (4.6%) BBL (4.6%) OSP (4.3%) และ WHA (4.2%)
ขณะเดียวกัน เมื่อคัดเลือกหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี มีศักยภาพในการแข่งขันสูง และอยู่ในอุตสาหกรรมยังเติบโตได้แข็งแกร่ง โดยให้น้ำหนักไปที่แนวโน้มกำไรปี 2569 เติบโตมากกว่า 20% หรือสามารถพลิกผลดำเนินงานจากขาดทุนเป็นกำไร (Turnaround) และจ่ายปันผลสูงเฉลี่ยมากกว่า 5.3% จากการศึกษา พบว่า มี 14 บริษัท ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ข้างต้น ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี ผสานกลุ่มเทคโนโลยี ประกอบด้วย BTS, IVL, SPRC, PTTGC, BCP, INSET, INETREIT, INET, SC, TRUE, BCPG, MICRO, MAGURO, PTG พร้อมกับแนะนำให้ทยอยซื้อสะสม เพราะบรรยากาศการลงทุนยังมีความผันผวนสูง จากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ